กระทรวงอุตสาหกรรม ดึงยักษ์ค้าปลีก 8 ราย นำร่องร้าน มอก. หนุนผู้บริโภคใช้สินค้ามาตรฐาน พร้อมแก้ กม. เพิ่มโทษผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐานจำคุก 2 ปี
นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ร้าน มอก. ว่าสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้จัดทำโครงการร้าน มอก. ขึ้น เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนได้ใช้สินค้าที่มีมาตรฐาน โดยได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมมือกันคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกลไกทางการตลาดในการผลักดันให้ผู้ประกอบการที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภคโดยผลิตสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานออกสู่ท้องตลาดไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้
โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จะจำหน่ายสินค้าที่แสดงเครื่องหมาย มอก. เท่านั้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐานบังคับที่อยู่ในการกำกับดูแลของ สมอ. มีจำนวน 106 ชนิด ในหลายสาขา มีผู้ประกอบการที่ได้รับการรับใบอนุญาตแล้ว กว่า 3 พันราย ยังไม่รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐานทั่วไปอีกจำนวนหนึ่ง
“ด้วยจำนวนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐานบังคับ และจำนวนร้านค้าที่มีมาก ทำให้ สมอ. ไม่สามารถลงพื้นที่ตรวจสอบได้ทั่วถึง เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่จำกัด ดังนั้นการใช้มาตรการให้การส่งเสริมร้านจำหน่ายที่มีคุณภาพทั่วประเทศจึงเป็นการผนึกกำลังที่ดีซึ่งจะส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยจากการซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานจากร้านจำหน่ายที่มีทุกภูมิภาค”
นายธวัช ผลความดี เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า การเปิดตัว “ร้าน มอก.” ครั้งนี้เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตจาก สมอ. และประกาศเกียรติคุณแก่ร้านจำหน่ายสินค้าที่มีความใส่ใจในความปลอดภัยของผู้บริโภค เพิ่มทางเลือกให้ประชาชนในการเลือกซื้อสินค้าที่ได้มาตรฐานมากขึ้น โดยโครงการ “ร้าน มอก.” ได้เริ่มดำเนินการรับสมัคร และคัดเลือกตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา สมอ. ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ หากผ่านเกณฑ์จะได้ป้ายสัญลักษณ์ “ร้าน มอก.” ซึ่งมีอายุการรับรอง 3 ปี
สำหรับ ร้านจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 8 ราย ดังนี้ 1. บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด จำนวน 42 สาขา 2. บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 40 สาขา 3. บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) จำนวน 98 สาขา 4. บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้ โลตัส) จำนวน 173 สาขา 5. บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 78 สาขา 6. บริษัท ไฟฟ้าชัยมงคล จำกัด 7. บริษัท ฮ.รุ่งเรืองดิจิตอล (2000) จำกัด และ8. บริษัท ฮ.รุ่งเรือง จำกัด อย่างไรก็ตาม สมอ. จะเร่งขยายโครงการนี้ออกไปโดยตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปี จะขยายให้ได้ 1 หมื่นล้าน ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ สมอ. ยังได้แก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว ได้เพิ่มโทษสูงขึ้น โดยการทำ หรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต จากเดิม จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แก้เป็น จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5 หมื่น – 5 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยคาดว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้ จะประกาศใช้ภายในปีนี้









