ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง
ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะแกว่งตัวออกด้านข้าง ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ปรับตัวไร้ทิศทาง โดยตลาดยังคงรอการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐสำหรับเดือน ส.ค. 2559 ในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินระยะเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ว่าตัวเลขดังกล่าวอาจอยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ที่ 175,000 ตำแหน่ง (เดือน ก.ค. 255,000 ตำแหน่ง) หลังตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (ADP Employment Report) ที่ประกาศออกมาวานนี้ ที่ 177,000 ตำแหน่ง นั้น มากกว่าที่ตลาดคาดไว้เล็กน้อยที่ 175,000 ตำแหน่ง
แนวรับ/แนวต้าน : 1530/1560 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก
หุ้นแนะนำ
MAJOR (39.50) : เก็งกำไรระยะสั้นรับภาพยนตร์ไทยฟอรม์ยักษ์เรื่อง “แฟนเดย์” ภาพยนตร์เรื่องแรกของค่าย GDH 559 และภาพยนตร์เรื่อง Train to Busan ที่ทำรายได้เกินคาดกว่า 70 ล้านบาท อีกทั้งคาดในระยะ 2-3 ปีนี้บริษัทจะสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการขยายสาขา
BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การถึงจุดคุ้มทุนของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น
BA (30.00) : เราแนะนำให้ทยอยซื้อสะสม เนื่องจากผลการดำเนินงานในช่วง 2Q59 นั้นออกมาขาดทุน เนื่องจากค่าใช้จ่ายพิเศษทางด้านภาษีซึ่งเป็น one-time expense ทำให้ปัจจุบันราคาหุ้นยังขึ้นมาไม่มากหากเทียบกับหุ้นในกลุ่มการบิน ทั้งนี้เราคาดผลการดำเนินงานปกติในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าช่วง 1H59 จากการเริ่มเข้าสู่ช่วง high season
THAI (35.00) : คาดผลประกอบการผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วจากเป็นช่วง low season ซึ่งหลังจากนี้เราคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 1Q60 จากช่วง high season นอกจากนี้บริษัทยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ นายกฯสั่งเร่งเดินหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก เตรียมพร้อมโรดโชว์ต่างประเทศ ขณะสนข.เล็งเสนอบอร์ดพีพีพี ขยายอายุสัมปทานเป็น 50 ปี และปรับแนวเส้นทางไฮสปีดเทรนกรุงเทพฯ-ระยองรองรับพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ หวังจูงใจเอกชนลงทุน
+ นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ผ่านนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปน.) เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ค. ขยายตัวชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เป็นผลมากจาการใช้จ่ายภาครัฐที่แผ่วลงที่ 179 พันล้านบาท หดตัว -16.3% หลังจากที่เร่งตัวไปก่อนหน้านี้ ทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน ขณะเดียวกันการบริโภคภาคเอกชนก็ขยายตัวในอัตราที่ชะลอที่ -0.3% หลังปัจจัยชั่วคราวที่สนับสนุนการใช้จ่ายช่วงก่อนหน้าลดลง ส่วนรายได้ภาคการเกษตรทยอยปรับตัวดีขึ้น แต่ยังเป็นช่วงฟื้นตัวจากปัญหาภัยแล้ง
+ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานไทยแลนด์ โฟกัส ครั้งที่ 10 "A New Growth Strategy" ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ว่าในปีนี้เป็นปีที่มีนักลงทุนเข้าร่วมงานมากกว่าทุกครั้ง สะท้อนว่าประเทศไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก ทั้งนี้ ปกติแล้วดัชนีหุ้นไทยเป็นตัวสะท้องเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจดีหุ้นจะปรับขึ้นก่อน แม้ที่ผ่านมาหลายฝ่ายจะให้ความเห็นว่าเศรษฐกิจไทยค่อยๆ เติบโตขึ้น แต่ตลาดหุ้นไทยกลับปรับขึ้นแรงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกและให้ผลตอบแทนสูงถึง 20% แสดงให้เห็นว่าผู้ลงทุนต่างประเทศเห็นว่าประเทศไทยอยู่ในจังหวะที่จะปรับขึ้น
- สมาคมท่องเที่ยวไทย-จีน ยอมรับปราบเครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญ รายได้-นักท่องเที่ยวจีนเข้าเมืองกรุงหาย 30% มอง 1 เดือนไม่ปกติ สูญเงิน 1 พันล้านบาท รอรัฐบาลเร่งสร้างความเข้าใจ ชี้เริ่มลามไปพัทยา 2 ก.ย. ถก ททท.รับมือก่อนบานปลาย หนุนผลดีแก้ปัญหาระยะยาว ตั้งเป้า พ.ย.ศูนย์เหรียญหมดจากไทย
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันพุธ โดยหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงตามราคาน้ำมัน และดัชนี S&P 500 ลดลงในเดือนส.ค.เป็นเดือนแรกนับตั้งแต่เดือนก.พ. ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 53.42 จุด หรือ0.29% สู่ 18,400.88, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 5.17 จุดหรือ 0.24% สู่ 2,170.95 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 9.77 จุดหรือ 0.19% สู่ 5,213.22
+ ตลาดซื้อขายดอลลาร์/เยน:ดอลล์ปรับตัวไร้ทิศทาง,รอดูตัวเลขจ้างงาน ดอลลาร์แกว่งตัวอย่างไร้ทิศทางเมื่อเทียบกับเยนและยูโรในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ที่ตลาดเอเชีย ในขณะที่นักลงทุนรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่รัฐบาลสหรัฐจะเปิดเผยออกมาในวันศุกร์นี้ และนักลงทุนคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ดอลลาร์อยู่ที่ 103.20 เยนในช่วงเช้าวันนี้ ร่วงลง 0.2 % จาก 103.42 เยนในช่วงท้ายวานนี้ ในขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลง หลังจากการดิ่งลงของราคาน้ำมันดิบกดดันตลาดหุ้นสหรัฐให้ปรับลงเมื่อวานนี้
+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 3.6 % ในวันพุธ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบและสต็อกน้ำมันกลั่นของสหรัฐพุ่งขึ้นสูงเกินคาดในสัปดาห์ล่าสุด และสต็อกน้ำมันเบนซินขยับลงน้อยเกินคาด ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนต.ค.ดิ่งลง 1.65 ดอลลาร์ หรือ 3.6 % มาปิดตลาดที่ 44.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 44.51-46.41 ดอลลาร์









