วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทิ้ง '2หุ้นใหญ่' ดักเอ็มเอสซีไอลดพอร์ต

หุ้นใหญ่ราคาร่วง โบรกคาดแรงขายทำกำไรก่อน "เอ็มเอสซีไอ" ประกาศทบทวนน้ำหนักลงทุน

วานนี้(31ส.ค.) ราคาหุ้นบ้านปู(BANPU) กับหุ้นไทยยูเนี่ยน(TU) ปรับตัวลงแรง โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า น่าจะเกิดแรงเทขายทำกำไรก่อนที่ “เอ็มเอสซีไอ”จะประกาศทบทวนน้ำหนักการลงทุน2 หุ้นใหญ่ขณะที่นักวิเคราะห์ไทยยังแนะนำให้ลงทุนเพราะยังมีอนาคต 

บล.โนมูระพัฒนสินระบุว่า ในเย็นวันที่ 31 ส.ค.2559 MSCI Rebalance จะประกาศปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยเล็กน้อยราว 10.5 ล้านดอลลาร์ โดยจะลดน้ำหนักหุ้นบ้านปูราว 10.4 ล้านดอลลาร์ และ ลดน้ำหนักหุ้นไทยยูเนี่ยนราว 0.14 ล้านดอลลาร์ ซึ่งราคาหุ้นในตลาดอาจได้รับผลกระทบเล็กน้อย แต่ยังคงมองว่าเป็นโอกาสในการสะสม เพื่อรอกระแสเงินทุนไหลกลับจากประเด็น FTSE ซึ่งจะประกาศการทบทวน FTSE All-World APAC รอบใหม่ โดยโนมูระคาดหุ้นไทยรอบนี้มีโอกาสถูกเพิ่มน้ำหนักกว่า 3.1 หมื่นล้านบาท ถือเป็นปัจจัยหนุนเซท ยังคงมีโอกาสแกว่งขึ้นในช่วงถัดไป

“ จับตาการรายงาน FTSE Rebalance ยังคงเพิ่มน้ำหนักการลงทุนตลาดหุ้นไทย ”

หากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานที่โบรกเกอร์ไทยประเมินการลงทุนในหุ้นไทยยูเนี่ยนและหุ้นบ้านปู จะพบว่า ส่วนใหญ่ แนะนำให้ถือลงทุน เนื่องจากระยะกลางถึงยาว หุ้นทั้ง 2 บริษัท ยังมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นกว่าในอดีต

บล.ทรีนีตี้มีความเห็นว่า หุ้นบ้านปูยังน่าลงทุน เพราะแนวโน้มธุรกิจถ่านหินครึ่งปีหลังปีนี้แม้จะยังอ่อนแอ แต่ได้อานิสงส์จากการนำบริษัท BPP ซึ่งเป็นบริษัทลูกเข้าตลาด และได้แยกประเด็นปัจจัยที่สนับสนุนประกอบด้วย ราคาหุ้นสะท้อนการฟื้นตัวของถ่านหินไปแล้ว แนวโน้มธุรกิจถ่านหินครึ่งปีหลังยังอ่อนแอ ธุรกิจ Shale gas ยังไม่สามารถสร้างกำไรได้อย่างมีนัย คาดเริ่มเห็นสัญญาณบวกตั้งแต่ปี2560 และอานิสงส์หุ้นลูก BPP เตรียมเข้าจดทะเบียนฯ

ผลประกอบการไตรมาส2ปีนี้พลิกเป็นกำไรสุทธิที่ 282 ล้านบาท หลังจากขาดทุนติดต่อกัน 4 ไตรมาส แต่ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ โดยกำไรในไตรมาสนี้มาจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อย 904 ล้านบาท ซึ่งแบ่งได้จาก กำไรจากโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี 700 ล้านบาท กำไรจากโรงไฟฟ้าหงสา 455 ล้านบาท ขาดทุนธุรกิจถ่านหินในจีน 245 ล้านบาท แต่ผลการดำเนินงานถูกกดดันจาก ธุรกิจถ่านหินอ่อนแอจากไตรมาส1ที่ผ่านมา ทั้งปริมาณและราคาขายเฉลี่ย มีปริมาณขายรวม 9.27 ล้านตัน และ 46.24 ดอลลาร์ต่อตัน และขาดทุนอนุพันธ์การเงิน 363 ล้านบาท กำไรปกติอยู่ที่ 539 ล้านบาท

ด้านบริษัทไทยยูเนี่ยน จะมีผลประกอบการในไตรมาส3 ยังมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง โดยคาดว่าราคาทูน่าจะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงได้ เนื่องจากเป็นฤดูกาลห้ามใช้เครื่องมือรวมฝูงปลา ขณะที่ธุรกิจกุ้งและแซลมอนที่อัตรากำไรขั้นต้นได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นนั้น คาดว่าในครึ่งปีหลังจะสามารถปรับราคาขายได้ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นได้

ทั้งนี้ ผู้บริหารยังยืนยันที่จะทำยอดขายให้ถึงเป้า 8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2563 โดยนอกจากการเติบโตของธุรกิจเดิม และการทำM&A ที่มีต่อเนื่องแล้ว ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ Innovation ต่างๆ ทั้งในด้านกระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์ใหม่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดลองตลาด ซึ่งหากสำเร็จมองว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก