เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยดันบอนด์ยีลด์เพิ่ม กรุงไทยเตรียมขายกองตราสารหนี้6 เดือนสัปดาห์หน้า คาดผลตอบแทน 1.5% ด้านบลจ.กสิกรไทย
ส่งกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศอายุโครงการ 3 เดือน และ 6 เดือน เสนอขายต่อเนื่องชูโอกาสรับผลตอบแทน 1.50% - 1.60% ต่อปี เปิดเสนอขายภายใน5 ก.ย.นี้
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ. กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าหลังประธานธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดแถลงในการประชุมประจำปีว่าเฟดเตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของปีและจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาปรับตัวขึ้นค่อนข้างมาก โดยในสัปดาห์นี้ยังต้องติดตามเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดรวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและเศรษฐกิจโลก แนวโน้มราคาน้ำมัน ผลกระทบของBrexitต่อตลาดการเงินทั่วโลกและสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ
สำหรับอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ตลาดมีความเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับการเคลื่อนไหวของUS Treasuryเป็นหลัก
ล่าสุดบริษัทอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 111 (KTFF111) ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 6 ก.ย.2559 อายุ 6 เดือน เน้นลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ ประเภทเงินฝากประจำBank of China(Macau), Emirates NBD PJSC , Agricultural Bank of CHINA , Ahli Bank QSC และตั๋วเงินคลังประเทศญี่ปุ่น ผลตอบแทนประมาณ 1.50%ต่อปี โดยบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี
ด้านนายชัชชัย สฤษดิ์อภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทยกล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 30 ส.ค. – 5 ก.ย. 2559 บริษัทจะเปิดเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน บีเอ็กซ์ (KFF6MBX) ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนคาดว่าจะได้รับที่ 1.60% ต่อปี และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 3 เดือน เอบี (KFF3MAB) ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนคาดว่าจะได้รับที่ 1.50% ต่อปี โดยทั้ง 2 กองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน และสำหรับผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี ผู้ลงทุนสามารถลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท









