วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บัวหลวง'ชี้สินเชื่อจีนโตดี

แบงก์กรุงเทพชี้สินเชื่อในจีนมีสัญญาณดีกว่าคาด ครึ่งปีโต 4-5% จากเดิมมองทั้งปีทรงตัว หลังแนวโน้มเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น แต่ยังห่วงหนี้เสียจีน

เผยลูกค้าจีนกู้เงินหยวนกว่า 80% แล้ว และหันมาซื้อเฮดจิ้งกว่า 50% แล้ว หลังจีนลดค่าเงินตั้งแต่ปลายปีก่อน  ยันยังไม่มีแผนขยายสาขาเพิ่ม

นายสุวัชชัย ทรงวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน)  เปิดเผยว่า แนวโน้มการขยายสินเชื่อในประเทศจีนมีการเติบโตที่ดีกว่าที่คิดไว้ หรือเพิ่มขึ้น 4-5% จากสิ้นปีที่ผ่านมา โดยเป็นผลจากดีลที่คุยไว้และเริ่มบุคสินเชื่อเข้ามา ทำให้ช่วงที่เหลือของปียังเห็นแนวโน้มการเติบโต จากเดิมที่ธนาคารคิดว่าสินเชื่อทั้งปีนี้จะทรงตัว หรือขยายเพียงแค่ 4-5% ตลอดทั้งปี ทำให้สินเชื่อรวมในขณะนี้อยู่ที่ 1.1 พันล้านดอลลาร์ สิ้นปีอาจจะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย หรือเห็นการเติบโตมากกว่า 5%

“ภาพรวมเริ่มนิ่งจากเดิมไม่ชัดเจนว่าจะลงไปถึงไหน แต่ที่ยังต้องดูคือคุณภาพสินทรัพย์ โดยเอ็นพีแอลแบงก์จีนยังคงมีแรงกดดัน โดยไตรมาสแรกเอ็นพีแอลทั้งระบบอยู่ที่ 1.75% ไตรมาสสองเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.81% เพิ่มเล็กน้อยแค่ 0.06% ก็ยังต้องดู ในส่วนของธนาคารกรุงเทพยังถือว่าดีกว่าอุตสาหกรรม หรือต่ำกว่า 1%” นายสุวัชชัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังไม่มีนโยบายที่จะผ่อนคลายความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อลง โดยจะให้ความสำคัญกับการพิจารณาคุณภาพลูกหนี้จากทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่า 

นอกจากนี้ ธนาคารจะหันมาเน้นรายได้ค่าธรรมเนียมมากขึ้น จากธุรกิจเทรดไฟแนนซ์ ธุรกิจชำระเงิน หรือออกตั๋วทางการเงิน รวมถึงรายได้จากธุรกิจแลก เปลี่ยนเงินตรา โดยในขณะนี้สัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารมีสัดส่วนไม่ถึง 10%

เขายังกล่าวถึงความต้องการของลูกค้าธุรกิจจีนว่า หลังจากที่ทางการจีนได้มีการปรับลดค่าเงินหยวน และเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงปลายปี 2558  ทำให้สัดส่วนการกู้ด้วยสกุลเงินหยวนมีมากขึ้นโดยเฉพาะลูกค้าที่มีรายได้เป็นเงินหยวน จากเดิมที่ใช้ดอลลาร์ โดยในขณะนี้ลูกค้ากว่า 80% ใช้สกุลเงินหยวนเป็นหลัก ขณะเดียวกันความผันผวนที่มากขึ้นทำให้ลูกค้าซื้อเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (เฮดจิ้ง) ไว้เพิ่มขึ้นด้วย เช่นการซื้อล่วงหน้า หรือสวอป จากอดีตที่ขาเดียวก็ไม่ต้องซื้อเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง โดยลูกค้าที่ซื้อเฮดจิ้งในขณะนี้มีมากกว่า 50% แล้ว ซึ่งเราก็พยายามขยายสัดส่วนให้มากขึ้น

“ที่ผ่านมาเราพยายามอธิบายลูกค้าให้เห็นถึงความไม่แน่นอนและให้ลูกค้าใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง  ซึ่งลูกค้าบางรายซื้อขายเงินหยวนทั้งหมดก็ไม่ต้องใช้  เดิมมีน้อย เราเริ่มมี 2555 หลังจากนั้นก็เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในปีก่อนตั้งแต่เดือนส.ค. ลูกค้าเราส่วนใหญ่นำเข้าเป็นดอลลาร์ 80-90%  ขณะที่ค่าเงินยูโร เยน ส่วนปอนด์มีน้อย” นายสุวัชชัยกล่าว

สำหรับลูกค้าที่เข้ามาลงทุนในไทยก็มีแนวโน้มมากขึ้น โดยธนาคารได้ร่วมกับ BOI เพื่อดึงลูกค้าเข้ามา  แม้ว่าธนาคารพาณิชย์ไทยและจีนต่างก็พยายามกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาเช่นกัน แต่ธนาคารมีทีมดูแลเฉพาะ  แม้ว่าการแข่งขันจะมีมากขึ้น แต่ด้วยตลาดจีนมีขนาดที่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์ไทย ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยลูกค้าที่อยู่ระหว่างเจรจาจะเข้ามาลงทุนในขณะนี้มีมากกว่า 10 ราย  ส่วนหนึ่งเพราะจีนมีปัญหาเรื่อง มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping) ก็ต้องการเข้ามาเพื่อผลิตและส่งออกไปในภูมิภาค หรือใช้ไทยฐานการผลิต หรือพึ่งพาวัตถุดิบในประเทศ  สำหรับอุตสาหกรรมที่มีความต้องการเข้ามาเช่นยางรถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ ภาคผลิต ส่วนใหญ่ลูกค้าที่เข้ามาก็จะกู้แบงก์ส่วนหนึ่งและใช้ทุนตัวเองส่วนหนึ่ง 

เขายังยอมรับว่าธุรกิจแบงก์ในจีนขณะนี้มีพัฒนาการด้านดิจิทัลที่ก้าวหน้ามากมีการเติบโต 30-40% แต่ในส่วนของธนาคารกรุงเทพในจีนยังเน้นธุรกิจลูกค้ารายใหญ่เป็นหลัก ไม่ได้ต้องการบริการด้านนวัตกรรมทางการเงินเหมือนธุรกิจรายย่อย แต่ยอมรับว่าแนวโน้มก็ต้องเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า

สำหรับจำนวนสาขาของธนาคารกรุงเทพในประเทศจีนขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะเปิดเพิ่ม โดยจะต้องรอดูให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นก่อนค่อยพิจารณาอีกครั้ง โดยปัจจุบันธนาคารมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เซี่ยงไฮ้ และมีสาขาตั้งอยู่ในเมืองหลักๆ ของประเทศจีน ซึ่งประกอบด้วย เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซี่ยเหมิน เสิ่นเจิ้น ฉงชิ่ง และสาขาย่อยในเขตการค้าเสรีนำร่องเมืองเซี่ยงไฮ้