‘เวิร์คพอยท์’ โชว์ครึ่งปีกำไรเพิ่มกว่าเท่าตัว ทีวีดิจิทัลเรทติ้งขยับต่อเนื่อง ปรับขึ้นราคาโฆษณาตลอดปี ดันรายได้สิ้นปีตามเป้า 3 พันล้าน
นายสุรการ ศิริโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินการลงทุน บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรกปีนี้ มีกำไรอยู่ที่ 162.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 77 ล้านบาท
โดยธุรกิจที่เติบโตสูงสุด คือธุรกิจทีวีดิจิทัล “เวิร์คพอยท์ทีวี” ซึ่งมีรายได้คิดเป็นสัดส่วน 90% ของรายได้รวม จากการปรับขึ้นราคาโฆษณา เนื่องจากเรทติ้งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
หาเปรียบเทียบปี 2557 ช่วงเริ่มต้นทีวีดิจิทัลเวิร์คพอยท์ ในไตรมาส 2 เรทติ้งเราอยู่ที่ 0.25 แต่ปัจจุบันเรทติ้งอยู่ที่ 1.2 ทำให้อัตราโฆษณาปรับขึ้นตามเรทติ้งที่เพิ่มมากขึ้นด้วย จากขายเฉลี่ยนาทีละหมื่นกว่าบาท ปัจจุบันเฉลี่ยที่กว่า 5หมื่นบาท
และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นราคาโฆษณาต่อเนื่อง โดยไตรมาส4 ปีนี้ ปรับเพิ่ม 5-7% และปีหน้าขยับขึ้นอีก 10%
ปีนี้ช่องเวิร์คพอยท์ปรับเปลี่ยนผังรายการและเพิ่มคอนเทนท์ใหม่ตลอดปี โดยครึ่งปีหลังเปิดตัวรายการใหม่ เช่นรายการไมค์หมดหนี้ ทุกวันจันทร์ -พฤหัส เรทติ้งสูงถึง 3.23 ถือว่ามีแนวโน้มดี นอกจากนี้รายการของช่องที่มีเรทติ้งสูง คือ ไมค์ทองคำ, ไมค์ทองคำเด็ก,I Can See Your Voice,ปริศนาฟ้าแลบ และ ชิงร้อยชิงล้าน ว้าว ว้าว ว้าว
ช่วงไตรมาส 4 ตั้งแต่เดือนต.ค.นี้ จะปรับผังใหม่ ฟอร์แมทรายการต่างประเทศ อาทิ Let me inThailand ซีซัน 2 ,The Mask singer รวมทั้งรายการ ไมค์ทองคำหมอลำฝังเพชร,เดี่ยวดวลไมค์ ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นรายการประเภทวาไรตี้ ซึ่งคาดว่าจะมีผลตอบรับด้านเรทติ้งเป็นอย่างดี ส่วน “ละคร” เปิดตัวไตรมาสละ 1 เรื่อง ล่าสุดที่กำลังจะออนแอร์คือเรื่อง แรงชัง ละครแนวพีเรียด เริ่ม วันที่ 12 ก.ย.นี้
“รายการไหนที่มีเรทติ้งยังดี เราพยายามรักษาความต่อเนื่องนั้นไว้ และไม่จำเป็นต้องเพิ่มรายการใหม่เข้ามา ทำให้สามารถบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ดี”
ทั้งนี้ การแข่งขันทีวีดิจิทัลถือว่ารุนแรงตั้งแต่ต้นปี หลายช่องเพิ่มคอนเทนท์ใหม่ต่อเนื่อง แต่เวิร์คพอยท์เน้นทำรายการที่ถนัด และสามารถรักษาตำแหน่งเรทติ้งอันดับ 3 ของช่อง โดยทั้งปีนี้วางไว้ที่ 1.2
ปีนี้คาดรายได้รวมทั้งกลุ่มเติบโตตามเป้าหมายอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท โดยรายได้หลักอยู่ที่ธุรกิจทีวีดิจิทัลเวิร์คพอยท์ 2,500-2,600 ล้านบาท ส่วนธุรกิจอื่นๆเช่น คอนเสิร์ต และอีเวนท์ รวมประมาณ 300 ล้านบาท ที่เหลือเป็นธุรกิจอื่นๆ ปีนี้คาดว่ามีอัตรากำไรอยู่ที่ 10 -11% ซึ่งเป็นเป้าเดิมที่เคยตั้งไว้









