วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ใบโพธิ์เจาะกลุ่ม‘ทุนจีน’ ปล่อยกู้ซื้อที่ดินใน 3 นิคมฯ

“ไทยพาณิชย์” เจาะทุนจีนหลัง 5 ปี “เอฟดีไอ” จีนสูงอันดับ1 พร้อมประเมินปี 2563 ยอดลงทุนแตะ1แสนล้าน ผนึก 3 นิคมฯ เปิดโครงการสินเชื่อซื้อที่ดิน

นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่าภาพรวมสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ในขณะนี้ ทางธนาคารยังมุ่งเน้นการเข้าไปดูแลช่วยเหลือลูกค้าให้กลับมาแข็งแรงมากกว่ามุ่งเป้าสินเชื่อ ซึ่งต้องยอมรับว่า ภาพรวมเศรษฐกิจขณะนี้ยังไม่ค่อยฟื้น แต่ยังมีบางกลุ่มอุตสาหกรรมที่พอเติบโตได้ เช่น ความต้องการลงทุนจากจีน

จากข้อมูลใน 5 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนจากจีนมีปริมาณการลงทุนโดยตรง (FDI) ในไทย เติบโตสูงสุดอันดับ 1 โดยปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 40,000 ล้านบาท เป็นสัดส่วน 10% ของ FDI ทั้งหมด และมีแนวโน้มที่จะรักษาปริมาณการลงทุนระดับสูงเช่นนี้ คาดว่าในปี 2563 จะเติบโตถึง 100,000 ล้านบาท หรือเติบโตถึง 3 เท่า

ล่าสุด ธนาคารได้จัดทำสินเชื่อเพิ่มซื้อที่ดินประกอบธุรกิจ ในนิคมอุตสาหกรรม 3 แห่งประกอบด้วย บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) ในเครือบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ,บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัท อิมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

สำหรับลูกค้าที่จะเข้ามาลงทุน ในรูปแบบการให้สินเชื่อ Bringing Loan วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 200 ล้านบาท ระยะเวลา 1 ปี โดยธุรกิจจีนที่สนใจต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนในไทยได้รับการอนุมัติการลงทุนจากบีโอไอแล้วและต้องมีสัญญาซื้อขายที่ดินกับนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 3 แห่ง

นายอาทิตย์ คาดว่า จะมีลูกค้าจีนเข้ามาร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 50 ราย ด้วยวงเงินสินเชื่อรวมกว่า 5,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี และขณะนี้มีลูกค้าอยู่ระหว่างการเข้าร่วมโครงการประมาณ 9 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน ยาง และเกษตร

คาดว่าภายในปีนี้จะมีวงเงินสินเชื่อประมาณ 1,000-1,500 ล้านบาท จากปัจจุบันธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กับนักลงทุนจีนแล้ว 15,000 ล้านบาท หรือในอีก 2-3 ปีข้างหน้ามีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นเท่าตัวหรือไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท นอกจากนี้หากมีการตอบรับที่ดีธนาคารอาจจะขยายโครงการสู่นักลงทุนจากประเทศอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคตด้วย

อย่างไรก็ตามในแง่ของความเสี่ยงการปล่อยสินเชื่อดังกล่าว มองว่า มีความเสี่ยงน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่เป็นลูกค้าของนิคมอุตสาหกรรมอยู่แล้ว ซึ่งมีการแชร์ข้อมูลและมีความสัมพันธ์ที่ดีกันอยู่แล้ว ทำให้ธนาคารสามารถพิจารณาปล่อยสินเชื่อได้ดีขึ้น นอกจากนี้หากลูกค้ามีปัญหาเกิดขึ้นในอนาคต ก็ยังมีที่ดิน ซึ่งเป็นหลักประกันที่มีมูลค่าที่สามารถขายได้ และการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินประกอบธุรกิจ จะทำให้ธนาคารสามารถต่อยอดขยายสินเชื่อโครงการเพิ่มเติมได้ด้วย แน่นอนว่าสินเชื่อมีโอกาสเติบโตได้เป็นหลักหมื่นล้านบาท