บอร์ดและผู้บริหาร กฟผ. ลงพื้นที่โรงไฟฟ้าเทพาเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำชุมชน โดยยืนยันโรงไฟฟ้าและท้องถิ่นจะต้องพัฒนาควบคู่กันไป
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (บอร์ด กฟผ.) เปิดเผยหลังลงพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้าเทพา จ.สงขลา พื่อร่วมแลกเปลี่ยนกับความคิดเห็นกับผู้นำชุมชนว่า โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา จะช่วยสร้างความมั่นคงทางไฟฟ้าในภาคใต้ที่เติบโต 5% ต่อปี รวมถึงลดความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิงในระยะยาว และรักษาระดับราค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม แต่ กฟผ. ก็จะพัฒนาพื้นที่และรับฟังความเห็นจากประชาชนควบคู่กับการพัฒนาโครงการ
"การดำเนินงานจะต้องรับฟังความคิดเห็นและปัญหาของชุมชน และจะต้องดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบทั้งด้านสังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งในฐานะประธานกรรมการ กฟผ. พร้อมจะติดตาม ดูแลในเรื่องนี้ และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่โครงการฯ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมมากที่สุด" นายอารีพงศ์กล่าว
นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการโรงไฟฟ้าเทพาอยู่ในระหว่างการพิจารณาโครงการของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ทั้งนี้ กฟผ. ได้ดำเนินการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าเทพาทุกขั้นตอนให้มีผลกระทบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ตามที่ระบุไว้ในรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA อย่างเคร่งครัด
"โรงไฟฟ้าถ่านหินของ กฟผ. ได้นำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในเชิงพาณิชย์มาใช้ ทำให้สามารถควบคุมมลภาวะได้ดีในระดับสากล และดีกว่ามาตรฐานที่ประเทศไทยกำหนด เพื่อให้โรงไฟฟ้าเทพาเป็นโรงไฟฟ้าสีเขียว เป็นโรงไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยว และให้อำเภอเทพาเป็นเมืองพักไม่ใช่เมืองผ่านอีกต่อไป" นายกรศิษฐ์กล่าว
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าเทพา เป็นการลงทุนตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ 2558-2579 (PDP 2015) ที่จะจ่ายไฟฟ้าเฟสที่ 1 กำลังการผลิต 1 พันเมกะวัตต์ในปี 2564 และเฟสที่ 2 จ่ายกำลังการผลิตอีก 1 พันเมกะวัตต์ 2567









