วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับตัวลงเล็กน้อย (29 ส.ค.59)

ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับตัวลงเล็กน้อย

ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะปรับตัวลงเล็กน้อย โดยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐในการประชุม Jackson Hole เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้นจะเร็วกว่าที่คาดไว้ ทำให้ตลาดเพิ่มคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือน ธ.ค.2559 เป็น 64.7% และเพิ่มคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือน ก.ย. 2559 เป็น 42% ซึ่งอาจมีผลต่อการไหลออกของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติในระยะต่อไปได้ ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ส่วนใหญ่ปรับตัวลง และนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิเมื่อวันศุกร์ที่ 752 ล้านบาท

แนวรับ/แนวต้าน : 1535/1560 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก

หุ้นแนะนำ

THAI (31.75) : คาดผลประกอบการผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วจากเป็นช่วง low season ซึ่งหลังจากนี้เราคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 1Q60 จากช่วง high season นอกจากนี้บริษัทยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์

PACE (4.82) : เก็งกำไรระยะสั้นรับเตรียมเปิดตัวตึกมหานครเย็นวันนี้ คาดรับรู้รายได้โครงการมหานครในช่วงครึ่งหลังของปี ทำให้มีโอกาสพลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3-4/59

ASEFA (8.50) : ได้รับผลบวกการเพิ่มขึ้นของอัตรากำลังการผลิตใหม่กว่า 50% และจากทิศทางของอุตสาหกรรมที่มีความต้องการไฟฟ้าโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีการประมูลใหม่ๆเข้ามา นอกจากนี้ในช่วง 2H59 ยังเป็นช่วง high season ของธุรกิจ ทั้งนี้ปัจจุบัน ASEFA ซื้อขายที่ PEปี59 เพียง 15 เท่า และคาดอัตราปันผลที่ประมาณ 3%

WHA (4.20) : ประโยชน์จากการซื้อ HEMRAJ เริ่มเห็นเด่นชัดมากขึ้น รวมทั้งภาระดอกเบี้ยที่ลดลงต่อเนือง ทำให้เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการเริ่มฟื้นในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ยังเตรียม Spin-off ธุรกิจสาธารณูปโภคเข้าตลาด รวมทั้งเตรียมการเข้าร่วมทุนกับพันธมิตร 2 ราย ในการดำเนินธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเบื้องต้นคาดว่าบริษัทร่วมทุนจะบันทึกรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท/ปี และคาดจะกลับมาจ่ายปันผลได้อีกครั้งในปีนี้




ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ สคร.เปิดแผนดำเนินงานรอบปี ย้ำมีส่วนช่วยขับเคลื่อนนโยบายประเทศประคองเศรษฐกิจเติบโต ผ่านการลงทุนรัฐวิสาหกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง เผยปัจจุบันมี "พีพีพี ฟาสต์แทรค" 5 โครงการ มูลค่ารวม 3.34 แสนล้าน เตรียมขายไอพีโอกองทุนไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ ไตรมาส 4 ปีนี้จ่อเพิ่มทุน "ไอแบงก์" 1 หมื่นล้าน

+ เอกชนขานรับรถยนต์ไฟฟ้า มั่นใจหลังนโยบายรัฐชัดเจน ค่ายรถญี่ปุ่น-ยุโรป ประกาศหนุนวิจัยเทคโนโลยี คาด 5 ปีได้ใช้ในไทย สนพ.เปิดโรดแมป การประกาศนโยบายสนับสนุน อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าให้เป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่รัฐบาลวางเป้าหมายให้ขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต เริ่มได้รับแรงสนับสนุนจากภาคเอกชนมากขึ้น หลังจากที่รัฐบาลมีความชัดเจนในการวางเป้าหมายและมาตรการสนับสนุนการลงทุน

+ กลุ่มสื่อสารแข่งขันรุนแรง จับตา "ทรู-ดีแทค" แย่งลูกค้า หันแข่งแพ็คเกจมากขึ้น มองการถือหุ้นเพิ่มของสิงเทลไม่กระทบแข่งขัน เชื่อผลดำเนินงานปี 2560 ฟื้นตัว เหตุไม่ต้องแจกมือถือฟรี

+ "อภิรดี" นัดประชุมพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศเดือน ก.ย.นี้ ยกร่างแผนเศรษฐกิจจังหวัด 4.0 เพื่อติดตามความคืบหน้าการทำงาน และเตรียมปรับบทบาทสำนักงานพาณิชย์จังหวัดให้เป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม รวมถึงการผลักดันพาณิชย์จังหวัดให้เป็นแม่งานจัดทำแผนเศรษฐกิจจังหวัด 4.0 โดยดึงจุดเด่นของแต่ละจังหวัดทั้ง 18 กลุ่มจังหวัดมาปรับปรุงพัฒนาให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ที่จะขับเคลื่อนไปสู่ประเทศไทย 4.0

ปัจจัยต่างประเทศ

- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงเล็กน้อยหลังการซื้อขายผันผวนในวันศุกร์ โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นในช่วงแรกหลังนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแข็งแกร่งขึ้้น แต่ไม่ได้ระบุว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 53.01 จุดหรือ 0.29% สู่ 18,395.40, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 3.43 จุดหรือ 0.16% สู่ 2,169.04

+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดปรับขึ้นในวันศุกร์ หลังจากถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ โดยถ้อยแถลงดังกล่าวช่วยลดความกังวลของนักลงทุนลง ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับขึ้น 21.15 จุด หรือ 0.31 % สู่ 6,838.05

- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ในวันศุกร์ โดยได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และนักลงทุนยังคงระมัดระวังก่อนการแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แต่หุ้นของบริษัทที่ประกาศซื้อคืนหุ้นได้รับแรงซื้อ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดร่วงลง 195.24 จุด หรือ 1.18% ที่ 16,360.71 ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค. ในสัปดาห์นี้ ดัชนีนิกเกอิร่วงลง 1.1%

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ หลังจากแกว่งตัวผันผวนในระหว่างวัน ในขณะที่เทรดเดอร์แสดงปฏิกิริยาต่อถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และต่อข่าวที่ว่ามีขีปนาวุธที่ยิงจากเยเมนเข้าใส่โรงงานไฟฟ้าในเมืองนาจราน ซึ่งอยู่ทางภาคใต้ของซาอุดิอาระเบีย ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ต.ค.ปรับขึ้น 31 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 47.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 46.94-48.46 ดอลลาร์