ตลาดหุ้นไทยจ่อปรับฐานสัปดาห์นี้ "110 หลักทรัพย์" ขึ้นเครื่องหมาย XD ก่อนจ่ายปันผล
ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ (22-26 ส.ค.) นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะไม่ค่อยคึกคักเหมือนช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะกระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติจะเริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่มีอิทธิพลอีกเรื่องคือ การที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยเข้าสู่เทศกาลการขึ้นเครื่องหมายสิทธิรับเงินปันผล (XD) โดยสัปดาห์นี้มีหุ้นที่ต้องแขวนเครื่องหมายสูงถึง 110 หลักทรัพย์ ซึ่งมีหุ้นขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยหลายบริษัท
ทั้งนี้ หากพิจารณาผลตอบแทนจากเงินปันผลของหุ้นใหญ่ ณ วันที่ 22ส.ค.2559 พบว่า อัตราเฉลี่ยของผลตอบแทนจะอยู่ตั้งแต่ระดับ 0.7-8% ขณะที่ผลตอบแทนเงินปันผลของตลาดรวมอยู่ที่ระดับ3.08%
บล.เคทีซีมิโก้ให้ความเห็นว่า การขึ้นเครื่องหมาย XD Effect สัปดาห์นี้จะมี บจ.จำนวนมากทยอยขึ้นเครื่องหมายโดยคาดว่าจะมีผลกระทบต่อดัชนีตลาดฯสัปดาห์นี้ลดลง 4.02 จุด โดยที่มีอิทธิพลสูงสุด ได้แก่ วันจันทร์ หุ้นอินทัช กดดัชนี 0.71 จุด วันอังคารหุ้นซีพีเอฟ 0.40 จุด หุ้นเอสพีอาร์ซี 0.24 จุด หุ้นโกลว์ 0.22 จุด วันพุธแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ 0.43 จุด หุ้นไอวีแอล0.15 จุดหุ้นพฤกษา 0.14 จุด
บล.บัวหลวง คาดว่า ระยะสั้นจะมีแรงขายหุ้นใหญ่กดดันดัชนี หลังหุ้นใหญ่ทยอยขึ้น XD รับปันผลไปแล้ว โดนยืม Short ได้ และหุ้น XD อาทิตย์นี้ เป็นหุ้นใหญ่หลายบริษัท ขณะที่แนวโน้มรายเดือนปลายเดือน ส.ค.-ก.ย. คาดแรงซื้อต่างชาติ จะเริ่มชะลอลงตั้งแต่กลางเดือน ส.ค.เป็นต้นไปจากการรอดูท่าที FED ทั้ง FOMC Minutes และงาน Economic symposium ที่ Jackson Hole 25-27 ส.ค.นี้
รวมถึง BOJ ชะลอเพิ่ม QE เพื่อรอประเมินผล QE ที่ออกไปก่อนหน้านี้ บวกกับ Sell on fact หลังงบออก คาดว่าจะมีผลทำให้ดัชนีพักตัว 3-5% คาดแนวรับ 1,510 จุด แนวต้าน 1,575 จุด กลยุทธ์แนะนำ อ่อนตัวซื้อ สะสมหุ้นที่ กำไรผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส2ปีนี้และ กำไรจะเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลังของปีนี้
บล.ทิสโก้ มองภาพรวมดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งไซด์เวย์ในกรอบ 1,530-1,560จุด ในลักษณะซึมลง เพื่อรอดูความเห็นประธานเฟดในการประชุม Jackson Hole 26 ส.ค.นี้ และการขึ้นเครื่องหมายปันผลของหุ้นหลายตัวในสัปดาห์นี้ มีผลให้ดัชนีมีโอกาสปรับตัวลงโดยปริยายรวม 4 จุด
บล.เอเซียพลัสเชื่อว่า งาน Thailand Focust ที่จะมีขึ้นในวันที่ 31 ส.ค. ถึง 2 ก.ย. นักลงทุนต่างชาติที่สะสมหุ้นไทยมาก่อนหน้านี้ ย่อมต้องการรอพบบริษัทจดทะเบียน ก่อนตัดสินใจเพิ่มน้ำหนัก ขณะที่กองทุนที่ต้องการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ณ ระดับดัชนีหุ้นไทย ปัจจุบัน ก็ต้องมีความระมัดระวังต่อการลงทุน เพราะตลาดหุ้นไทยอยู่ในโซนที่แพง ด้วยกระแสเงินทุนต่างชาติที่ชะลอตัว ย่อมทำให้สถาบันภายในประเทศย่อมชะลอการสะสมด้วยเช่นกัน การฟื้นตัวขึ้นของดัชนีอาจกลายเป็นการตัดสินใจขายทำกำไรของสถาบันภายในประเทศเช่นกัน
เมื่อนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ลงความเห็นว่า เงินทุนต่างชาติเริ่มชะลอตัวลง เพราะมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาและตัดสินใจว่าจะซื้อหรือขาย รวมถึงเป็นช่วงที่อาจจะตัดสินใจขายเพื่อทำกำไรออกมา เพราะตลาดหุ้นไทยปัจจุบันสร้างอัตราผลตอบแทนสูงถึง 20% และเข้าสู่โหมดตลาดหุ้นที่มีราคาแพงแล้ว ดังนั้นช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงของการปรับฐานของดัชนีหุ้นไทย








