รายงานกำไรสุทธิ 2Q59 +237%QoQ แต่ –38%YoY
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 1,027 ล้านบาท +237%QoQ, -38%YoY : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ลดลง 38%YoY แต่เพิ่มขึ้น 237%YoY เนื่องจากมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มของเขื่อนไซยะบุรีจำนวน 1.1 หมื่นล้านบาทจากมูลค่างานส่วนเพิ่มทั้งหมด 1.9 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้รายได้เติบโต 130%QoQ แต่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลงจาก 8.9% สู่ระดับ 6.1% เนื่องจากงานส่วนเพิ่มเขื่อนฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่างานก่อสร้างในปัจจุบัน ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวลงจากผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น นอกจากนี้ดอกเบี้ยจ่ายปรับตัวลง 110 ล้านบาทเพราะคาดว่าจะได้รับชดเชยดอกเบี้ยจ่ายจากผู้ว่าจ้างในอนาคต
- คงประมาณการกำไรปี 59 ที่ 2,421 ล้านบาท : กำไร 1H59 คิดเป็น 55% ของประมาณการปี 59 โดยฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปี 59 ที่ 2,421 ล้านบาทเติบโต 10%YoY เพราะคาดว่ารายได้ปี 59 จะสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทที่ราว 4.7 หมื่นล้านบาท โดยเป็นรายได้ส่วนเพิ่มจากเขื่อนไซยะบุรี 1.2 หมื่นล้านบาทและรายได้จากการก่อสร้างปกติ 3.5 หมื่นล้านบาท ในไตรมาส 3 คาดว่ารายได้จะอ่อนตัวลงจากไตรมาส 2 เนื่องจากงานส่วนเพิ่มเขื่อนไซยะบุรีที่รับรู้ในไตรมาส 2 จำนวน 1.1 หมื่นล้านบาทเป็นการก่อสร้างล่วงหน้าก่อนมีการลงนามสัญญาดังนั้นพอลงนามสัญญาจึงรับรู้รายได้ทั้งหมดที่งานเสร็จ แต่ในไตรมาส 3 จะทยอยรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของโครงการทำให้รายได้จะปรับตัวลงสู่ภาวะปกติที่ 8-9 พันล้านบาทต่อไตรมาส อย่างไรก็ตามจะมีเงินปันผลรับจาก TTW เข้ามาอีกราว 230 ล้านบาทในไตรมาส 3
- 2H59 ช่วงเวลาทองของงานประมูลภาครัฐกว่า 3.6 แสนล้านบาท : ช่วงครึ่งปีหลังมีงานรอประมูลอยู่ 3 โครงการคือ รถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีชมพู และสายสีเหลืองมูลค่าราว 1.38 แสนล้านบาท และคาดว่าจะมีการเปิดประมูลงานก่อสร้างเพิ่มจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง สุวรรณภูมิเฟส 2 มอเตอร์เวย์(พัทยา-มาบตาพุด บางประอิน-นครราชสีมาและบางใหญ่-กาญจนบุรี) และรถไฟรางคู่ (ประจวบฯ-ชุมพร) มูลค่าราว 2.29 แสนล้านบาท โดยผู้บริหารคาดว่าจะได้งานราว 20% เป็นอย่างน้อยซึ่งจะช่วยเพิ่ม Backlog ของ CK ให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 60 ที่ 38 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี SOTP (ใช้ราคาตลาด BEM 8 บาท TTW 11.3 บาท และ CKP 3 บาท) พร้อมปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 60 ที่ 38 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงคงแนะนำ “ซื้อ”









