วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เทคโนเมดิคัล' เคาะไอพีโอ 3 บาท ชูส่วนลด 48%

เทคโนเมดิคัล กำหนดราคา "ขายไอพีโอ 3 บาท" ได้ฤกษ์เข้าเทรดในเอ็ม เอ ไอ 31 ส.ค.นี้ นำเงินระดมทุนขยายธุรกิจ

นายวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทได้กำหนดราคาขายหุ้น IPO ของบริษัท เทคโนเมดิคัล ที่ 3 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 22-24 ส.ค. 59 และคาดเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีเยี่ยม เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาได้โรดโชว์ 11 จังหวัดทั่วประเทศ มีนักลงทุนให้ความสนใจจำนวนมาก จากความเข้าใจธุรกิจและแผนการขยายธุรกิจในอนาคต จึงเชื่อว่าหุ้น TM จะเป็นหุ้นที่สร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจกับนักลงทุน โดยจะเสนอขายหุ้นครั้งนี้จำนวน 80 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท

"เชื่อว่าหุ้นของบริษัทเทคโนเมดิคัล จะไม่พอขายเนื่องจากนักลงทุนให้ความสนใจจำนวนมาก เพราะราคาขายหุ้น IPO นั้นมีค่า P/E ที่ 33 เท่า หรือมีส่วนลด 48% จาก P/E ของตลาด mai ที่ 63 เท่า รวมถึงจำนวนที่เสนอขายหุ้นครั้งนี้น้อยเพียง 80 ล้านหุ้น"

นางสุนทรี จรรโลงบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM กล่าวว่า การกำหนดราคาขายหุ้น IPO ของ TM ตั้งอยู่บนพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง และด้วยองค์ประกอบของบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในการนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์แบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีโอกาสการขยายตัวตามความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต โดยรายได้ใน 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 56-58 เท่ากับ 361.10 ล้านบาท 403.81 ล้านบาท และ 510.81 ล้านบาท ตามลำดับ

การเสนอขายหุ้นครั้งนี้มีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้น ประกอบด้วย บล.ฟินันเซีย ไซรัส บล.แอพเพิลเวลธ์ บล.โกลเบล็ก บล.โนมูระ พัฒนสิน โดยมี บล.ฟิลลิป เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย

บริษัท คาดการณ์การเติบโตของรายได้ปีนี้ โตเกิน 10% เมื่อเทียบกับปี 58 ที่มีรายได้ 510.81 ล้านบาท

ครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้อยู่ที่ 269.95 ล้านบาท ซึ่งโตประมาณ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะทุกผลิตภัณฑ์ที่บริษัทจำหน่ายเติบโต รวมถึงสินค้าที่บริษัทเพิ่งเริ่มจำหน่าย คืออุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับการผ่าตัดหัวใจและเครื่องมือผ่าตัดทั่วไปมีแนวโน้มการเติบโตที่สูง รวมถึงบริษัทฯจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของตัวเอง ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 7-10% โดยคาดว่าสิ้นปีจะอยู่ระดับดังกล่าวเพราะทุกผลิตภัณฑ์มีการเติบโตเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วนแผนการขยายตลาดไปแถบ AEC คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในปีหน้าเพราะขอรอให้การเปิด AEC เป็นรูปธรรมมากขึ้น แต่ที่ผ่านมาบริษัทมีการส่งสินค้าไปจำหน่ายบ้างแต่ยังไม่มีการตั้งสำนักงาน