สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เล็งจับมือผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิค-สุขภัณฑ์รายใหญ่จีน ซื้อยกล็อตราคาถูกกว่าตลาด 40% ลดค่าใช้จ่ายวัสดุ
นายพิชิต อรุณพัลลภ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่าสมาคมอยู่ระหว่างเจรจาความร่วมมือกับกลุ่มไชน่า เซรามิค ซิตี้ ผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิค สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำ รายใหญ่ที่สุดในเมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เพื่อสั่งซื้อกระเบื้องเซรามิคและสุขภัณฑ์แบบยกล็อต มูลค่าการซื้อกว่า 1,000 ล้านบาท ในราคาพิเศษถูกกว่าราคาตลาดไม่ต่ำกว่า 40% คาดว่าจะเซ็นสัญญาความร่วมมือ(เอ็มโอยู) ได้ในปลายปีนี้
“สมาคมมีแผนที่จะช่วยสมาชิกลดค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุก่อสร้างอยู่แล้ว ซึ่งกระเบื้องปูพื้น และสุขภัณฑ์ คิดเป็นสัดส่วน 5-10% ของค่าก่อสร้าง เช่นบ้านราคา 10 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายส่วนดังกล่าวราว 5 แสนบาท"
อย่างไรก็ตามสินค้าที่นำเข้ามาต้องผ่านมาตรฐาน มอก.ของไทย ซึ่งสามารถการันตีคุณภาพระดับหนึ่ง เพราะต้องยอมรับว่าสินค้าจีนยังมีภาพที่ไม่ดีในเรื่องของคุณภาพ แต่กลุ่มไชน่า เซรามิค ถือเป็นผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิครายใหญ่คิดเป็น 40% ของโลก
นอกจากนี้สมาคมเตรียมลงนามบรรทึกข้อตกลงกับ เจต้า (Japan Traditional Wooden Home Association : JTA) ซึ่งเป็นสมาคมเกี่ยวกับการรับสร้างบ้านประเภทไม้ (แบบดั้งเดิม) จากประเทศญี่ปุ่น ในเดือนก.ย.นี้ โดยความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี โดยเฉพาะเรื่องนวัตกรรมผู้สูงอายุ รวมถึงในการผลักดันการศึกษาให้เกิดขึ้นภายใต้ “โครงการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี”
สำหรับธุรกิจรับสร้างบ้านในปีนี้คาดว่าเติบโต 5-10% โดยมีมูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท จากปัจจัยสถานการณ์ภัยแล้งเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้น ส่วนระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับลดลง คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% นอกจากนี้ผลมติรับร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้การเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น ประกอบรัฐบาลเร่งผลักดันการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ รวมถึงโครงการอื่นๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้บริโภค
ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง สมาคมได้จัดงาน“มหกรรมรับสร้างบ้าน Home Builder Expo 2016 GET MORE:ที่เดียวจบครบเรื่องบ้าน” จัดเป็นปีที่ 12 ระหว่างวันที่ 18-21 ส.ค.นี้ ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีผู้เข้าร่วมออกงานกว่า 50 บริษัท ซึ่งไฮไลท์สำคัญการจัดงานในปีนี้ มีโซนบ้านสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งไปตามเทรนด์สังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2567 ด้วยสัดส่วนประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี จะเพิ่มเป็น 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ดังนั้นบ้านที่มีผู้สูงอายุจึงควรเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ เพื่อให้มีความปลอดภัย และมีสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยสมาคมตั้งเป้ายอดขายภายในงานและต่อเนื่องประมาณ 3,200 ล้านบาท









