วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Set index พักฐานเล็กน้อย

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐ ฯ และยุโรป (11– 17 ส.ค. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวขึ้น DJIA +0.42% โดยตลาดแกว่งตัวในกรอบแคบ เพื่อรอดูรายงานการประชุมเฟด เพื่อประเมินทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ฯ แต่ในส่วนของตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลง DAX -1.1%, CAC ฝรั่งเศส -0.8% และ FTSE -0.1% เนื่องจากยังขาดปัจจัยบวกเข้ามาหนุนจึงทำให้ตลาดมีการปรับฐานลดลงอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (11 – 17 ส.ค. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 3.01% นำโดยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้นจากแรงเก็งกำไรต่อการควบรวมกิจการภายในกลุ่ม รวมถึงยังได้ประเด็นความคาดหวังต่อการซื้อขายเชื่องโยงระหว่างฮั่งเส็ง-เซิ่นเจิ้น ช่วยสร้างบรรยากาศการลงทุนที่เป็นบวก แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่รายงานในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะต่ำกว่าคาดไม่ว่าจะเป็นยอดสินเชื่อใหม่สกลุเงินหยวนเดือน ก.ค.จะต่ำจากที่คาดการณ์ไว้อย่างมากที่ระดับ 4.64 แสนล้านหยวน จากคาดของตลาดไว้ที่ระดับ 8.60 แสนล้านหยวน และผลผลิตอุตสาหกรรมที่ขยายตัว 6.0% yoy เทียบกับตลาดคาดที่ 6.2% yoy

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (11 – 18 ส.ค. 2559)

SET INDEX ปรับตัวลงหลุด 1,550 จุด โดยปรับตัวลงในช่วงต้นสัปดาห์จากเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ที่กดดันจิตวิทยาการลงทุน อย่างไรก็ตามเมื่อ GDP ใน 2Q59 ของไทยที่ขยายตัว 3.5% yoy ดีกว่าคาดของตลาด ทำให้การปรับตัวลงของตลาดหุ้นไทยเป็นไปอย่างจำกัด การปรับตัวลงนำโดยกลุ่มที่ขึ้นมาโดดเด่นในช่วงก่อนหน้าอย่างกลุ่มสื่อสารและธนาคาร ทำให้ SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,547.01 จุด ลดลง -1.12 จุด หรือ -0.07% ณ วันที่ 18 ส.ค.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (19-25 ส.ค.)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” พร้อมกรอบแกว่งระหว่าง 1,520-1,555 จุด เนื่องจากขาดปัจจัยบวกใหม่เข้าหนุนการลงทุน เพียงแต่ Downside risk ของตลาดหุ้นไทยก็เป็นไปอย่างจำกัดเช่นกัน เพราะด้วยสภาพคล่องทางการเงินที่ล้นในระบบการเงินโลก โอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ดูลดน้อยลง หลังรายงานการประชุมเฟดเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ยังไร้ทิศทางที่เป็นเอกภาพ ขณะที่ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้าได้แก่

• การทยอยขึ้นเครื่องหมาย XD สำหรับงวด 1H59 ของหุ้นหลักในกลุ่มธนาคาร

• การให้ความเห็นต่อทิศทางนโยบายการเงินของประธานเฟด Janet Yellen ในงานสัมมนาประจำปีที่ Jackson Hole วันที่ 25 ส.ค.

ภาพรวมกลยุทธ์การลงทุน เราจึงแนะนำให้นักลงทุน “เลือกเก็งกำไรเป็นรายตัวที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว พร้อมกับใช้กลยุทธ์ Contrarian คือขึ้นแรงขาย – ลงแรงซื้อ” เพราะกรอบแกว่งของ SET INDEX ที่แคบไร้ทิศทางที่ชัดเจน ทั้งนี้เราให้น้ำหนักกับ Domestic Play เป็นหลัก นำโดยกลุ่มธนาคาร กลุ่มค้าปลีก กลุ่มอสังหาฯ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เป็นสำคัญ

ประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจในสัปดาห์หน้า

1. การประชุมธนาคารกลางอินโดนีเซีย วันที่ 19 ส.ค. Bloomberg consensus คาดธนาคารกลางฯ จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย RP ลงเป็น 6.25% จากปัจจุบัน 6.50% ส่วนอัตราดอกเบี้ย RP7 วันลงจาก 5.25% เป็น 5.13%

2. ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่น / ดัชนี PMI ภาคการผลิต – บริการ / GDP ใน 2Q59 ของอังกฤษ และสหรัฐฯ

3. การส่งออก – นำเข้า เดือนก.ค.ของไทย ประกาศวันที่ 24-27 ส.ค.