ยูไนเต็ด พาวเวอร์จ้าง“อีอาร์เอ็ม”ที่ปรึกษาดูผลกระทบสิ่งแวดล้อมโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในเมียนมา
นายอุปกิต ปาจรียางกูร กรรมการ บริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (มหาชน) (UPA) เปิดเผยว่า วันนี้ (18 ส.ค.) Myanmar UPA Co., Ltd. บริษัทย่อยของ UPA ที่ถือหุ้นอยู่ 100% ได้มีพิธีลงนามในสัญญาจัดจ้าง ERM-Siam Co., Ltd. เป็นที่ปรึกษาด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อดำเนินการในการขอ ESIA (EIA) ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังก๊าซธรรมชาติขนาด 200 เมกะวัตต์ ที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
อีกทั้งยังให้บริการลูกค้าที่มีโปรเจคในเมียนมา ตั้งแต่ปี 1996 ทีมงาน ERM มีความรู้เรื่องภาษาท้องถิ่น ความหลากหลายทางชีวภาพ การสร้างข้อผูกพันร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย การทำ Habitat Mapping และมีประสบการณ์ด้านการจัดทำการศึกษาต่างๆ เช่น ESIAs เป็นต้น
“ERM เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ทำงานในเมียนมาร์เป็นระยะเวลายาวนาน นอกจากนี้ ERM ยังสามารถประยุกต์ใช้ประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมได้เป็นอย่างดี มีทีมงานที่มีความพร้อมในทุกๆด้าน จึงมั่นใจได้ว่าโปรเจ็คต์โรงไฟฟ้า 200 เมกะวัตต์ที่เมียนมาร์จะสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” นายอุปกิต กล่าวในที่สุด
ที่ผ่านมา Myanmar UPA Co., Ltd. ได้เซ็นสัญญาจัดจ้าง WorleyParsons (Thailand) Ltd. เป็นวิศวกรที่ปรึกษา (Owner’s Engineer) เพื่อเข้ามาดูแลโครงการโรงไฟฟ้าดังกล่าว จึงมั่นใจว่าเมื่อก่อสร้างเสร็จและเดินเครื่องจ่ายไฟได้เรียบร้อยแล้ว จะสร้างรายได้ที่ดีและสม่ำเสมอ พร้อมนำพาองค์กรให้เดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน มั่นคงตามวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าคือเพื่อผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ให้กับประชาชนในเมียนมา และโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลให้สามารถเอาก๊าซธรรมชาติ ที่จะนำไปผลิตเป็นไฟฟ้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และมีระยะเวลาสัมปทานถึง 30 ปี
ปัจจุบัน ยูไนเต็ด พาวเวอร์ ดำเนินการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่เมืองกันบก กำลังการผลิต 6 เมกะวัตต์ และความต้องการใช้ไฟฟ้าของชาวเมียนมาก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ ยูไนเต็ด พาวเวอร์ มีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมในอนาคต








