กลุ่มเจนเนอราลี่ ระบุ ครึ่งปีหลังเจาะตลาดลูกค้ามั่งคั่งผ่าน บลจ.ภัทร ด้วยบริการระดับโลก และเล็งออกประกันบำนาญรับเทศกาลลดหย่อนภาษีปลายปี
พร้อมปรับกลยุทธ์“วินาศภัย”แข่งเบี้ยรายใหญ่ มั่นใจปีนี้เบี้ยโตต่อ หลังครึ่งปีแรกโตกว่า 40%
นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจอเนอราลี่ ประกันชีวิต และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินตามแผน 3 ปี (2557-2559) โดยรุกกลุ่มธุรกิจรายย่อยมากขึ้นในทุกเซ็กเมนท์ และรักษาฐานลูกค้าธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B ) โดยพยายามรักษาสัดส่วนให้สมดุล 50:50 เพื่อรองรับผลกระทบหากเกิดวิกฤติต่างๆ ซึ่งกลุ่มธุรกิจรายย่อยจะไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจมากเกินไป เมื่อเทียบกับธุรกิจขนาดใหญ่
ปีนี้บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรเพิ่มเติม คือ บลจ.ภัทร โดยเปิดตัวเอกสิทธิ์สำหรับลูกค้าประกันชีวิตภายใต้ชื่อ CHRONOS เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงมาก (High Net Worth) กับสิทธิระดับโลก โดยเฉพาะการบริการความช่วยเหลือด้านสุขภาพ การเดินทาง และ บริการเลขาส่วนตัว ที่จะดูแลลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ตลอด 24 ชั่วโมง หลังจากปี 2558 ที่ผ่านมาบริษัทมีการขยายช่องทางการขายโดยได้ร่วมมือกับ ธนาคารเกียรตินาคิน ซึ่งมีฐานลูกค้าหลัก คือ ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์และลูกค้าเงินฝากธนบดี โดยจะเป็นการขายช่องทางธนาคารในการเสนอขายสินค้าผ่านสาขาของธนาคารกว่า 60 สาขาทั่วประเทศ
ส่วนช่วงครึ่งปีหลังนี้ นาบบัณฑิต มองว่า ช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ และตัวแทน ยังเติบโตดี ดังนั้นบริษัทจึงเตรียมออกประกันใหม่ในรูปแบบประกันบำนาญ รองรับวัยเกษียณ ลดหย่อนภาษีในช่วงปลายปีนี้ด้วย และเตรียมออกผลิตภัณฑ์ประกันควบการลงทุน หรือยูนิตลิงค์ด้วย และมุ่งเน้นทำตลาดผ่านสื่อดิจิทัล โดยบริษัทได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น Generali 365 ปัจจุบันแอพพลิเคชั่นดังกล่าวติดอันดับท็อป 5 แอพพลิเคชั่นประกันยอดนิยม
สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปีนี้ เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนทั้งธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัยมีเบี้ยประกัน 3,015 ล้านบาท เติบโตกว่า 40% แบ่งเป็นเบี้ยธุรกิจประกันชีวิต 2,677 ล้านบาท เติบโต 29% และเบี้ยธุรกิจประกันภัย 338 ล้านบาท เติบโต 29%
ด้านธุรกิจประกันชีวิต มีเบี้ยรับรวม 2,677 ล้านบาทเติบโต 29% เป็นเบี้ยปีแรก 671 ล้านบาท เติบโต 43% ยังเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมประกันชีวิต เบี้ยรับรวมเติบโต 6% และเบี้ยปีแรกหดตัว -0.4%
สำหรับเบี้ยปีแรกส่วนใหญ่มาจากแบงก์แอสชัวรันส์ 302 ล้านบาท เติบโต 152% , ประกันกลุ่ม 246 ล้านบาท เติบโต 15% , ขายตรง 112 ล้านบาท เติบโต 38% และอื่นๆ 11 ล้านบาท เติบโต 8%
ด้านธุรกิจประกันวินาศภัย มีเบี้ยรับรวม 338 ล้านบาท เติบโต 29% ยังเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยช่วง 5 เดือน เติบโตเพียง 0.4% เป็นเบี้ยประกันรถยนต์ 104 ล้านบาท เติบโต 94% เบี้ยประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ 103 ล้านบาท เติบโต 97% และเบี้ยธุรกิจรายใหญ่ 131 ล้านบาท หดตัว 16% เพราะอัตราเบี้ยประกันแข่งขันสูง เบี้ยตกลงถึง 30% แต่ยังเป็นความท้าทายที่ต้องกลับมาทบทวน โดยบริษัทต้องนำจุดแข็งให้ตลาดรับทราบ เพื่อเพิ่มปริมาณงานชดเชยอัตราเบี้ยที่หดตัวลง








