วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กกพ.'มีมติตรึงค่าเอฟที ก.ย.-ธ.ค. ไว้ระดับเดิม

"กกพ." มีมติเห็นชอบตรึงค่าเอฟทีในงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 59 ไว้เท่ากับงวดเดือน พ.ค.-ส.ค.59 คือ -33.29 สตางค์ต่อหน่วย

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยภายหลังจากการประชุม กกพ. ว่า กกพ. ได้พิจารณาค่าเอฟทีสำหรับการเรียกเก็บในงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2559 ในอัตรา -33.29 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งมีค่าคงที่เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเอฟทีที่เรียกเก็บในเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2559 ที่ -33.29 สตางค์ต่อหน่วย เพื่อให้รองรับแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าและราคาก๊าซธรรมชาติที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นในต้นปีหน้า รวมถึงรองรับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่จะทยอยเข้ามาอย่างมากในช่วงปลายปี 2559 โดยคาดการณ์ว่าหากไม่มีการตรึงค่าเอฟทีในงวดนี้แล้ว จะส่งผลทำให้ค่าเอฟทีงวดเดือนมกราคม – เมษายน 2560 ปรับตัวสูกกพขึ้นมากจนเกินไป

ทั้งนี้ สถานการณ์ค่าเอฟทีในส่วนของเชื้อเพลิงในงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2559 ยังมีแนวโน้มที่ลดลงจากงวดก่อนโดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการปรับลดค่าเอฟทีในงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2559 นี้ คือ ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้ามีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้ามีการปรับราคาลดลงประมาณ 6 บาทต่อล้านบีทียู รวมทั้งราคาน้ำมันเตาและถ่านหินนำเข้าก็มีการปรับราคาลดลงด้วย แต่ค่าการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Adder และ FiT มีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วง ก.ย. – ธ.ค. 59

นอกจากนี้ โฆษก กกพ. ยังได้กล่าวสรุปถึงปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบต่อราคาเชื้อเพลิงและการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือนกันยายน – ธันวาคม 2559 ดังนี้ 1. อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจำนวน 0.14 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนขายถัวเฉลี่ยธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกิดขึ้นจริงเฉลี่ยเดือน ก.ค. 59 ที่ 35.25 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ความต้องการพลังงานไฟฟ้าในช่วงเดือน ก.ย. – ธ.ค. 2559 เท่ากับ 62,097 ล้านหน่วย ปรับตัวลดลงจากช่วงเดือน พ.ค. – ส.ค. 2559 (3,443 ล้านหน่วย) ร้อยละ 5.25 3. สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือน ก.ย. – ธ.ค. 2559 ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักร้อยละ 62.87 รองลงมาเป็นการซื้อไฟฟ้าจากลาวและมาเลเซียร้อยละ16.57 ถ่านหินลิกไนต์ร้อยละ 9.30 และถ่านหินนำเข้าร้อยละ 9.17