ส.อ.ท. ระบุ ยอดขายอุตฯสิ่งพิมพ์ปีนี้ลดลง 10% ขณะที่อุตฯบรรจุภัณฑ์เพิ่ม 10% ฉุดยอดขายทั้งกลุ่มทรงตัวเท่ากับปีก่อน มูลค่า 3 แสนล้านบาท
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมการพิมพ์ ว่า ในอุตสาหกรรมการพิมพ์แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ 1. อุตสาหกรรมสิงพิมพ์ 2. อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์เพื่อความปลอดภัย และ3. อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ โดยในอุสาหกรรมสิ่งพิมพ์ จำพวกหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และใบปลิวส่งเสริมการขาย เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีสารสนเทศมากที่สุด โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ยอดขายลดลงไปกว่า 30% ซึ่งยังลดลงไม่ถึงจุดต่ำสุด แต่ก็ค่อยๆปรับเข้าสู่ภาวะสมดุล มีอัตราการถดถอยลดลง คาดว่าในปี 2559 ยอดขายในกลุ่มนี้จะลดลงประมาณ 10%
ส่วนสิ่งพิมพ์เพื่อความปลอดภัย มีสัดส่วนไม่มาก อยู่ในภาวะทรงตัว แต่ในอนาคตอาจจะลดลง เพราะคนใช้เช็ค เพราะรัฐบาลให้ไปส่งเสริม อี-เพเม้น มากขึ้น โดยทั้ง 2 กลุ่มนี้มีมูลค่ารวมประมาณ 1.35 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 45% ของอุตสาหกรรมการพิมพ์ทั้งหมด
สำหรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามการเพิ่มขึ้นของอาหารแปรรูป และสำเร็จรูป ที่ประชาชนหันมานิยมมากขึ้น โดยยอดขายเพิ่มขึ้นปีละกว่า 10% หรือเพิ่มประมาณปีละ 1 หมื่นล้านบาท ทำให้สัดส่วนในอุสาหกรรมนี้เพิ่มขึ้นเป็น 55% ของกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์ มียอดขายประมาณ 1.65 แสนล้านบาท และยังมีการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น
“จากยอดขายในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์จะลดลงมาโดยตลอด แต่ในส่วนของบรรจุภัณฑ์กลับขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ในภาพรวมอุสาหกรรมในกลุ่มนี้จึงไม่ลดลง อยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา มียอดขายรวมประมาณ 3 แสนล้านบาท” นายเกรียงไกร กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากการรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และประเทศเพื่อนบ้านมีอัตราการเติบทางเศรษฐกิจที่รวมเร็วทำให้ในอนาคตมีแนวน้าที่จะมีการเข้าไปลงทุนตั้งโรงพิมพ์ในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้โรงพิมพ์ขนาดใหญ่ย้ายเข้าไปตั้งในประเทศเวียดนามแล้วประมาณ 4-5 โรง และหากเมียนมา สปป,ลาง และกัมพูชา มีระบบสาธารณูปโภคที่เติบโตขึ้น ก็น่าจะมีเข้าไปลงทุนมากขึ้น
ขณะที่โรงพิมพ์ในไทยก็ปรับตัวไปใช้เทคโนโลยีระดับสูงมากขึ้น โดยในปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้จะอยู่ในระดับ อุตสาหกรรม 3-3.5 มีเพียงบางส่วนที่ต้องใช้แรงงานคนในการขนส่งย้ายไลน์การผลิต ซึ่งจะค่อยๆนำหุ่นยนต์ แบละเทคโนโลยีอัตโนมัติ เข้ามาใช้เพิ่มขึ้น รวมทั้งหันไปผลิตสิ่งพิมพ์ และบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มขึ้น









