วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ด่วน!พาณิชย์ฟัน3บริษัทนอมินีจีน

พาณิชย์ถอนทะเบียน3 บริษัทท่องเที่ยวนอมินีจีน พบคนจีนสวมบัตรประชาชนคนไทยที่เสียชีวิตแล้วตั้งบริษัท

นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนบริษัทท่องเที่ยว 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด , บริษัท ซินหยวน ทราเวล จำกัด และบริษัท เซี๊ยต้าเจริญ จำกัด หลังตรวจสอบพบบุคคลต่างชาติสวมบัตรประจำตัวประชาชนชาวไทยดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้ทั้ง 3 บริษัท สิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคลทันที ไม่สามารถประกอบธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลได้อีก และจะดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว

ทั้งนี้ กรมฯ ได้ร่วมกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กองบังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และเจ้าหน้าที่ทหาร สนธิกำลังเข้าตรวจสอบบริษัท ฝูอัน ทราเวล และบริษัท ซินหยวน ทราเวล พบว่า มีคนจีนสวมบัตรประชาชนคนไทย คือ นายสมเกียรติ คงเจริญ ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว แล้วมาเปิดบริษัทนำเที่ยว โดยเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใน 2 บริษัทดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ยังสามารถขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการอีก 3 คน ได้แก่ นางธวัล แจ่มโชคชัย คนไทย ซึ่งเป็นกรรมการบริษัท ฝูอัน ทราเวล ที่มีส่วนให้ความช่วยเหลือสนับสนุนกลุ่มบุคคลต่างชาติ ซึ่งเป็นคนจีนมารสวมบัตรประจำตัวประชาชนคนไทย คือ นายภูวดล สุขเจริญ และนายธนากฤต รินรัตน์ และได้ประกอบอาชีพเป็นมัคคุเทศก์ให้กับบริษัท ฝูอัน ทราเวล

นอกจากนี้ กรมฯ ได้ขยายผลตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกทางทะเบียนนิติบุคคล พบว่า ชาวต่างชาติที่เข้าสวมบัตรประจำตัวประชาชนของนายธนากฤต มีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นเพิ่มอีก 1 บริษัท คือ บริษัท เซี๊ยต้าเจริญ ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยว ได้แก่ จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม สมุนไพร

“ช่วงที่ตรวจสอบเจอตอนแรก กรมฯ ได้ทำการระงับการจดทะเบียน (การแก้ไข/เปลี่ยนแปลงข้อมูล) ของนิติบุคคลทั้ง 3 บริษัทที่มีบุคคลดังกล่าวเกี่ยวข้อง และระงับการออกหนังสือรับรองและสำเนาเอกสาร รวมทั้งเรียกตรวจสอบบัญชีไปแล้ว แต่พอกรมการปกครอง ได้มีหนังสือแจ้งการเพิกถอนบัตรประจำตัวประชาชนนายสมเกียรติ คงเจริญ นายธนากฤต รินรัตน์ และนายภูวดล สุขเจริญ มาให้ทราบ กรมฯ จึงได้ดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนบริษัทจำนวน 3 บริษัททันที”นางสาวผ่องพรรณกล่าว