“ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป” ไตรมาส 2/59 กวาดกำไร 1,527 ล้านบาท โต 16.9% ขณะที่ยอดขายรวม 34,441 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารอาหารทะเลแปรรูป และทูน่ากระป๋องรายใหญ่สุดของโลก และเจ้าของแบรนด์ชั้นนำ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2559 มีกำไรสุทธิ 1,527 ล้านบาท เติบโต 16.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากยอดขายที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ยอดขายรวมของกลุ่มบริษัทสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 34,441 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปีนี้ มีกำไรจากการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 2,062 ล้านบาท ลดลง 6.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยอดขายของบริษัทในสหรัฐอเมริกายังคงมีบทบาทสำคัญ ที่ช่วยสนับสนุนรายได้ของบริษัท โดยมีสัดส่วนถึง 38.6 % ของยอดขายทั้งหมดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 สำหรับตลาดประเทศไทยมีสัดส่วน 7.9% ของยอดขายรวม ในขณะที่ตลาดสหภาพยุโรปมีสัดส่วนถึง 34.1% ของยอดขาย ส่วนยอดขายในประเทศญี่ปุ่นมีสัดส่วน 6.1% ของยอดขายรวมในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป กล่าวว่า ผลงานไตรมาส 2 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัท และการบริหารเงินทุนได้ผลจริง อีกทั้งสามารถสร้างผลกำไรเพิ่มขึ้นได้แม้ในสภาวะตลาดวัตถุดิบที่เต็มไปด้วยความท้าทายและสภาพเศรษฐกิจที่ยากลำบากในหลายตลาดทั่วโลก
ขณะเดียวกันบริษัทยังแจ้งราคาเข้าซื้อธุรกิจแปรรูปล็อบสเตอร์ เล เพ็ชเชอะรี เดอ เชซ์นูส์ในประเทศแคนาดา ประมาณ 415.34 ล้านบาท โดยธุรกรรมดังกล่าวมีขนาดเท่ากับ 0.9%ของสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 30 มิ.ย.59
นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทยังได้อนุม้ัติจัดสรรกำไรสุทธิเป็นเงินปันผลระหว่างกาล (1ม.ค.-30 มิ.ย.59) ในอัตราหุ้นละ 0.32 บาท กำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 2 ก.ย.59









