เอสเอ็นซี "หั่นเป้ารายได้" เหลือทรงตัวจากปีก่อน เหตุงานรับจ้างผลิตชะลอตัว มั่นใจกำไรสุทธิเติบโตไม่ต่ำกว่า 10%
นายสามิตต์ ผลิตกรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) SNC เปิดเผยว่า แนวโน้มรายได้ของบริษัทในปีนี้น่าจะทำได้แค่ทรงตัวหรือต่ำกว่าปีก่อนเล็กน้อย จากเดิมที่ตั้งเป้าเติบโต 10% จากปีก่อนที่ทำได้ 8,140 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจรับจ้างผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า (OEM) มียอดขายลดลง
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เติบโตค่อนข้างดีในปีนี้ ซึ่งบริษัทขายให้กับผู้ส่งออกในประเทศกว่า 98% โดยยอดขายในปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้น 30-35% จากปีก่อนที่ทำได้ 907 ล้านบาท
“แม้ยอดขายจะทำได้แค่ทรงตัวจากปีก่อน แต่มั่นใจกำไรสุทธิจะเติบโตกว่าปีก่อนอย่างน้อย 10% เนื่องจากยอดขายชิ้นส่วนยานยนต์และพลาสติกเติบโตค่อนข้างดี ซึ่งชิ้นส่วนยานยนต์มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 20-25% ขณะที่พลาสติกมีกำไรขั้นต้น 15-20% ส่วนธุรกิจรับจ้างผลิตนั้นมีกำไรขั้นต้นเพียง 3%”
ทั้งนี้ คาดว่าสัดส่วนรายได้จากชิ้นส่วนยานยนต์จะเพิ่มขึ้นเป็น 15-20% จากปีก่อนที่ 10-12% ซึ่งยอดขายที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นจากราว 10-11% เป็นอย่างน้อย 11-12%
สำหรับงบลงทุนในปีนี้ บริษัทปรับเพิ่มเป็น 800 ล้านบาท จากเดิม 600 ล้านบาท โดยใช้รองรับการก่อสร้างโรงงานใหม่ที่ จ.ระยอง นอกจากนี้ยังใช้สำหรับการก่อสร้างโรงทำน้ำประปาเพิ่ม มูลค่าการก่อสร้าง 5-6 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโรงงานแห่งใหม่ เพราะไลน์การผลิตพลาสติกมีความจำเป็นต้องใช้น้ำค่อนข้างมาก โดยโรงทำน้ำประปาจะมีขนาดสำรองน้ำ 100,000 ลูกบาศก์เมตร และจะส่งน้ำได้ช่วงเดือน ต.ค. นี้
โดยการย้ายโรงงานอยู่ระหว่างการเริ่มทยอยย้ายจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบับ มาที่ จ.ระยอง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จ ก.ย. ปีนี้ และคาดว่าค่าใช้จ่ายการย้ายโรงงานคิดเป็นมูลค่า 5 ล้านบาทในไตรมาส 3
ส่วนธุรกิจรับจ้างผลิต เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา บริษัทได้เซ็นสัญญารับงานใหม่ คือ ธุรกิจตู้กดน้ำหยอดเหรียญ จำนวน 88 ตู้ มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบช่วงเดือน ต.ค. นี้ ซึ่งในระยะต่อไปต้องดูผลตอบรับจากลูกค้า หากมีผลตอบรับที่ดีคาดว่าจะมียอดสั่งซื้อเข้ามา 400-500 ตู้ต่อเดือน จะช่วยผลักดันรายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิตให้เพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาธุรกิจใหม่เพิ่มเติม แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด และข้อสรุปอาจยังไม่ชัดเจนในปีนี้ เพราะปัจจุบันสภาวะเศรษฐกิจยังถือว่าเติบโตไม่เด่นชัด และธุรกิจใหม่ที่บริษัทได้ลงทุน 2-3 ปีที่ผ่านมา จำนวน 4 บริษัทยังมีผลขาดทุนในปีนี้ประมาณ 3 บริษัท ซึ่งปลายปีนี้บริษัทจะมีการวางแผนระยะยาว 3 ปี หลังจากที่สัญญาณโดยรวมเริ่มดีขึ้น









