วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับตัวขึ้น

ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับตัวขึ้น

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดจะปรับตัวขึ้นด้วยปัจจัยบวก ทั้งจากตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ที่ล้วนปรับตัวขึ้น และผลประชามติที่คะแนนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเลือกตั้งขึ้นในปี 2560 อย่างไรก็ดี ด้านตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐสำหรับเดือน ก.ค. 2559 ที่ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้นดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ ทำให้ตลาดเพิ่มคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในเดือน ธ.ค. 2559 จาก 34% เป็น 46% ซึ่งอาจส่งผลลบต่อการไหลเข้าของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติในอนาคต มายังตลาดเกิดใหม่บ้าง

แนวรับ/แนวต้าน : 1510/1530 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard

หุ้นแนะนำ

SCB (190): จากปัจจัยพื้นฐานของธนาคารที่ดีเราจึงคาดว่ารายได้ของธนาคารจะยังเติบโตขึ้นจากการลงทุนของภาครัฐและเอกชนในช่วงครึ่งปีหลัง แม้ในสถานการณ์ที่สภาวะเศรษฐกิจอ่อนตัวลงคุณภาพทรัพย์สินที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมาน่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ credit cost กลับมาอยู่ในระดับปกติ นอกจากนี้ SCB ยังเป็นหุ้นในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่จ่ายปันผลโดดเด่นที่ระดับ 4%

PTT (405) : คาดกำไร 2/59 ปรับตัวเพิ่มขึ้น qoq จาก inventory gain ของธุรกิจน้ำมัน ผลประกอบการที่ดีขึ้นของโรงแยกก๊าซและกำไรที่มากขึ้นจากบริษัทในเครือ และได้รับผลประโยชน์จากการไหลเข้าของเงินจากต่างประเทศ จากแนวโน้มเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศที่ดีขึ้น

CK (35.5) : คาดกำไรปี 59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต

THAI (31.75) : คาดผลประกอบการ 2Q59 จะดีขึ้น yoy แต่ลดลง qoq เนื่องจากเป็นช่วง low season ซึ่งหลังจากนี้เราคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 1Q60 จากช่วง high season นอกจากนี้บริษัทยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ ผลประชามติประชาชนเห็นชอบร่าง รธน.กว่า 15.5 ล้านเสียง ไม่เห็นชอบ 9.7 ล้านเสียง เห็นชอบคำถามพ่วง 13.9 ล้าน ไม่เห็นชอบ 10 ล้านเสียงทั่วประเทศใช้สิทธิกว่า 27 ล้าน หรือ 58% 23 จังหวัด เหนือ-อีสาน-ใต้ โหวตโน นายกฯนัดถกวงเล็กวันนี้ก่อนหารือร่วม ครม.-คสช. ย้ำเลือกตั้งปลายปี 60

+ "แบงก์ชาติ" เผยยอดใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 3 ปี เติบโต 110% ชี้ส่วนใหญ่เติมเงินผ่านนอนแบงก์ เร่งออกมาตรการดูแลโดยขีดเส้นผู้ให้บริการต้องมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นสุทธิต่อยอดคงค้างไม่ต่ำ 8% ไฟเขียวออกเป็นสกุลเงินต่างประเทศได้ แต่ต้องกำหนดมูลค่าสูงสุดต่อบัญชี

+ แบงก์พาณิชย์ปรับกลยุทธ์สาขารับยุคดิจิทัลมาแรง แบงก์เล็ก-ใหญ่ทยอยลดสาขา ชี้แนวโน้มคนทำธุรกรรมมือถือโตพรวด แต่ธุรกรรมสาขาชะลอตัว ยันยังไม่ลดพนักงาน เหตุการณ์แข่งขันแย่งคนยังสูงแต่หันเน้นคนด้านไอทีมากขึ้นรับยุคฟินเทคและที่ปรึกษาการเงิน

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 1 เดือนในวันศุกร์ โดยดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐแข็งแกร่งขึ้นเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ซึ่งหนุนความเชื่อมั่นที่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังขยายตัวมากขึ้น ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 191.48 จุดหรือ 1.04% สู่ 18,543.53, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 18.62 จุดหรือ 0.86% สู่ 2,182.87 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 54.87 จุดหรือ 1.06% สู่ 5,221.12

+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดบวกขึ้นในวันศุกร์ หลังจากพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2015 ในระหว่างวัน โดยได้รับแรงหนุนจากการทะยานขึ้นของหุ้นกลุ่มก่อสร้างบ้านและหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ ถึงแม้หุ้นธนาคารรอยัล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ (RBS) ดิ่งลง หลังจาก RBS เปิดเผยยอดขาดทุนขนาดใหญ่สำหรับช่วงครึ่งปีแรก ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกขึ้น 53.31 จุด หรือ 0.79 % สู่ 6,793.47

- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลดลง หลังจากพุ่งขึ้นในช่วงแรก ขณะที่เยนแข็งค่าขึ้นและตลาดมีความผิดหวังกับมาตรการกระตุ้นของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) และรัฐบาล ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.44 จุด ที่ 16,254.45 หลังจากที่ร่วงแตะระดับต่ำสุดของวันในช่วงไม่กี่นาทีสุดท้ายก่อนปิดตลาด และดัชนีปิดตลาดเช้านี้บวก 0.3%

+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดแทบไม่ขยับในวันศุกร์ ในขณะที่มีคำสั่งซื้อชดเชยเข้ามาในช่วงท้ายตลาด หลังจากราคาน้ำมันร่วงลงในช่วงแรก โดยได้รับแรงกดดันจากตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ เพราะตัวเลขดังกล่าวหนุนดอลลาร์ให้แข็งค่า ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ย.ร่วงลง 13 เซนต์หรือ 0.3% มาปิดตลาดที่ 41.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล