"อุตสาหกรรม"ชี้ทางออกแก้ปัญหาธุรกิจประมงตามมาตรฐานไอยูยู เสนอผ่อนผันมติครม.ใช้พื้นที่ป่าชายเลน ก่อนออกใบอนุญาตประกอบการโรงงาน ถูกต้องตามกม.
นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำและอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากประมงในจ.ระนอง ว่า หลังจากได้ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้เป็นไปตามหลักการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้ควบคุม(ไอยูยู)
ทั้งนี้จะผลักดันให้ทำเรื่องขอต่ออายุการใช้พื้นที่ป่าชายเลนต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)เนื่องจากจ.ระนอง มีพื้นที่ที่ถูกประกาศให้เป็นเขตป่าชายเลนและป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 9 พันไร่ ซึ่งในส่วนนี้4พันไร่เป็นพื้นที่ป่าชายเลนและอีก5พันไร่ กลายสภาพเป็นเมืองมีประชาชนเข้าไปเช่าอาศัยตั้งโรงงานและสถานประกอบการที่ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงและพื้นที่ดังกล่าวหมดสัญญาเช่าซึ่งตามพระราชบัญญัติโรงงานพ.ศ.2535ไม่สามารถนำมาขออนุญาตและประกอบกิจการได้ทำให้ไม่สามารถจดทะเบียนเป็นสถานประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมายได้
“ปัญหาหลักต้องแก้ไขเร่งด่วนคือเรื่องของการจัดสรรพื้นที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งทางจ.ระนองจะต้องหารือกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อนำเสนอครม.ขอต่ออายุใช้พื้นที่ป่าชายเลน หรือขอผ่อนผันมติครม.เดิมที่ประกาศเป็นพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อให้สามารถจดใบอนุญาตประกอบธุรกิจประมงได้ถูกต้อง”
ทั้งนี้หากมีการแก้ไขเรื่องพื้นที่เรียบร้อยแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการจดทะเบียนสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำหรือล้งให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันมีสถานที่ประกอบการด้านประมงจำนวน 85 ราย และได้ดำเนินคดีกับสถานประกอบการที่ไม่ถูกกฎหมายไปแล้วประมาณ 8 ราย
ส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการตรวจติดตาม เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมสั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดเร่งสำรวจข้อมูลจำนวนพื้นที่ ประเภทกิจการจำนวนแรงงานก่อนนำไปจัดทำแผนดูแลผลกระทบต่อไป
นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า จ.ระนอง มีแพปลาทั้งหมด 67 แห่งดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายเพียง 6 แห่งองค์การสะพานปลา1แห่งและมีเรือประมงขนาดใหญ่และเล็กรวม 2,000 ลำในปี 2557 มีปริมาณสัตว์น้ำ 2.4 หมื่นตัน คิดเป็นมูลค่า 1,280 ล้านบาท ลดลง 50% จากช่วง3-4 ปีที่ผ่านมาหลังมีการกำกับดูแลอย่างเข้มข้นเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายไอยูยู
โดยจ.ระนองมีประชากร 1.8 แสนคน ขึ้นทะเบียน 9 หมื่นคน ใกล้เคียงกับแรงงานในพื้นที่ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง 8 หมื่นคนและยังมีแรงงานไป-กลับอีกประมาณ 1 แสนคน ซึ่งในส่วนของแรงงานในพื้นที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไปเพราะไม่เช่นนั้นจะส่งผล กระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมประมงในพื้นที่
ทั้งนี้จังหวัดระนองมีพื้นที่เศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมประมงมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดสมุทรสาคร









