วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"แอตต้า" ผสานประชารัฐ เร่งยกระดับ‘ท่องเที่ยว’

เศรษฐกิจท่องเที่ยวที่ขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่องจำเป็นที่ภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งจัดระบบระเบียบและวางแนวทางสนับสนุน

เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

เจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ในการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับ พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกับตัวแทนภาคเอกชนหลายส่วนช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้นำเสนอให้รัฐบาลพิจารณาให้ความสำคัญกับภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากขึ้น ในฐานะเครื่องจักรสร้างรายได้อันดับต้นให้ประเทศ ตามคาดการณ์จากหลายหน่วยงาน อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่าการท่องเที่ยวอาจมีสัดส่วนสูงถึง 20% ของจีดีพี

ที่ผ่านมา ภาคเอกชนมักจะหยิบยกข้อเสนอ “ปรับโครงสร้าง” โดยเพิ่มลำดับความสำคัญให้ “กระทรวงการท่องเที่ยว” มีบทบาทสำคัญเทียบเท่ากับกระทรวงเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม จากปัจจุบันมักถูกจัดกลุ่มให้อยู่กับกระทรวงสังคมเป็นหลัก ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ภาคท่องเที่ยวถูกเพิ่มบทบาททางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญมากขึ้นเพื่อนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวข้องการท่องเที่ยวในหลายด้าน

“เตรียมหารือกับคณะทำงานสานพลังประชารัฐด้านท่องเที่ยวและไมซ์ เพื่อนำประเด็นนี้เสนอโดยตรงนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง”

โดยจะเสนอให้มีการจัดทำแผนวิเคราะห์ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะมิติด้านการส่งเสริมการลงทุนที่ยังขาดแคลนอยู่มาก เทียบภาคอุตสาหกรรม ส่งออก รถยนต์ หรือการเกษตร ได้รับการส่งเสริมมาตลอด ขณะที่การสนับสนุนการลงทุนของภาคธุรกิจท่องเที่ยวผ่านหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มักจะพบว่าธุรกิจท่องเที่ยวไม่อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด เนื่องจากมูลค่าการลงทุนไม่เข้ากับเกณฑ์ที่จะได้รับ เพราะมีผู้ประกอบการหลากหลาย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี

ในข้อเสนอของคณะทำงานประชารัฐด้านท่องเที่ยวมีการหยิบยกเรื่องการ “ลดหย่อนภาษี” สำหรับการปรับปรุงโรงแรม แต่เตรียมเสนอให้มีการทำแผนการวิเคราะห์ที่ชัดเจน รวบรวมโรงแรมเก่าที่ต้องการรีโนเวท แล้วประเมินว่าหากได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเสรษฐกิจได้มากน้อยอย่างไรเทียบภาษีที่รัฐสูญเสีย

นอกจากนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา “ที่พักล้นตลาด” และเกิดการแข่งขันตัดราคารุนแรงในแหล่งท่องเที่ยวเมื่อมีการสร้างโรงแรมใหม่ขึ้นมาแข่งขันจำนวนมาก ซึ่งธุรกิจที่เข้ามาใหม่ได้เพราะโรงแรมเก่าที่มีอยู่ไม่มีศักยภาพในการปรับปรุงคุณภาพบริการของตัวเอง จึงเป็นธรรมดาที่ตลาดจะเอนไปหาสินค้าใหม่ที่ทันสมัยกว่า แต่หากมีมาตรการส่งเสริมโรงแรมเก่าให้แข่งขันได้ นักท่องเที่ยวก็จะมีตัวเลือกในการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น ยกระดับนักท่องเที่ยวสู่กลุ่มคุณภาพซื้อสูงตามกลยุทธ์ที่ ททท.ต้องการ สามารถวางเกณฑ์สนับสนุนโรงแรมใหม่โดยมีเงื่อนไขต้องไปเปิดในแหล่งที่ต้องการกระจายรายได้ท่องเที่ยวจะทำให้ภาคการท่องเที่ยวได้ประโยชน์อย่างแท้จริง

เช่นเดียวกับเรื่องความปลอดภัยของระบบคมนาคม ปัญหารถโดยสารนักท่องเที่ยวที่ประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สามารถแก้ไขได้หากรัฐบาลให้มาตรการอุดหนุนหรือจูงใจให้เจ้าของรถเปลี่ยนรถใหม่ ด้วยการตั้งเงื่อนไขกำหนดให้เป็นรถที่มีมาตรฐานความปลอดภัยที่ดีขึ้น จะทำให้เจ้าของกิจการ “กล้าลงทุน” เพื่อนำมาทดแทนรถเก่าที่ทรุดโทรม และไม่มีระบบความปลอดภัยที่ดีเท่ารถใหม่

ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีการขยายอย่างไม่มีขอบเขต โรงแรมที่พักเกิดปัญหาล้นตลาด ผู้ประกอบการเผชิญภาวการณ์แข่งขันไม่สามารถทำรายได้เท่าเดิม ทำให้บริการขาดประสิทธิภาพ ไม่ทันสมัย ไม่มีความปลอดภัย การเข้ามามีส่วนผลักดันของรัฐบาล เชื่อว่าจะทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวตื่นตัวและเติบโตได้มากขึ้น