วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

VGI - ถือ

ผลประกอบการไตรมาส1/59 เป็นไปตามคาด ไตรมาสหน้าจะดีกว่านี้

เป็นไปตามคาด

VGI รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/59 (เม.ย-มิ.ย.) ที่ 313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31%YoY และ 26%QoQ หากไม่รวมกำไรจากการเปลี่ยนแปลงสถานะการลงทุน 207 ล้านบาท, ขาดทุนจากการด้อยค่าของการลงทุนระยะยาว 8 ล้านบาท, สำรองหนี้สูญจากจำนวนรายได้ที่ต่ำกว่าที่รับประกันไว้ 28 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายในการเข้าซื้อ MACO 11 ล้านบาท, การปรับภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี 31 ล้านบาท และการปรับรายการค่าต่ออายุสัมปทาน 9 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 1/59 จะอยู่ที่ 193 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY แต่ลดลง 6% QoQ ซึ่งผลประกอบการเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด

ประเด็นหลักผลประกอบการ

ยอดขายทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้น 10% QoQ มาอยู่ที่ 551 ล้านบาท จากการรวมรายได้ของ MACO ซึ่ง VGI ได้รวมเข้าไปในงบทางการเงินของบริษัทตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นมา โดยรายได้จาก MACO ช่วยลดผลกระทบเชิงลบจากการยุติธุรกิจสื่อโมเดิร์นเทรดและการฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาที่ชะลอตัว

ในขณะเดียวกัน รายได้ค่าโฆษณาในระบบขนส่งมวลชนลดลง 3% YoY และ 1% QoQ มาอยู่ที่ 430 ล้านบาท เนื่องจากเม็ดเงินโฆษณาที่อ่อนตัวลง ส่วนรายได้ค่าโฆษณาในอาคารสำนักงานและสื่ออื่นๆเพิ่มขึ้น 22% YoY (ทรงตัว QoQ) มาอยู่ที่ 66 ล้านบาท จากจำนวนสำนักงานที่เพิ่มขึ้น (มาอยู่ที่ 142 ตึกจาก 103 ตึก ในไตรมาส 1/59) อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 61.5% จาก 59.8% ในไตรมาส 1/58 จากการยุติธุรกิจสื่อโมเดิร์นเทรดซึ่งมีอัตรากำไรค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตามอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงจาก 64.5% ในไตรมาส4/59 จากค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นของสื่อดิจิตอลใหม่ที่ติดตั้งบนสถานีรถไฟฟ้า, อาคารสำนักงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงสื่อภาพนิ่งและสื่อโมษณาบนสถานีรถไฟฟ้าใหม่ทั้ง 7 แห่ง

แนวโน้ม

เราคาดว่ากำไรไตรมาส 2/59 (ก.ค.-ก.ย.) ของ VGI จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากการฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาทั้งรายได้ค่าโฆษณาในระบบขนส่งมวลชนและสื่อจากอาคารสำนักงาน รวมทั้งการรับรู้รายได้จาก MACO เต็มไตรมาส

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

กำไรสุทธิ 3 เดือนแรกของปี 2559 คิดเป็น 25% ของกำไรสุทธิปี 2559 ที่ประมาณการไว้ 1,268 ล้านบาท ซึ่งเรายังคงไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

คำแนะนำ

ในมุมมองของเรา ราคาหุ้นปัจจุบันของ VGI ได้สะท้อนถึงความคาดหวังต่อมูลค่าหุ้นที่จะเพิ่มขึ้นจากการควบรวมกิจการไปแล้วบางส่วน โดยปัจจุบันซื้อขายที่ PEG ณ สิ้นปี 2559 ที่ 1.8 เท่า สูงกว่ากลุ่มสื่อนอกบ้านที่ 1.6 เท่า และในกลุ่มสื่อโดยเฉลี่ยที่ 1.5 เท่า เราแนะนำให้นักลงทุนรอดูแนวโน้มการพัฒนาสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต อย่างไรก็ตามมีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการกำไรระยะยาวของบริษัททั้งจากธุรกิจสื่อที่เกี่ยวข้องกับบีทีเอส (ตามแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย), อาคารสำนักงาน และธุรกิจสื่ออื่นๆ