ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากน้ำมันเบนซินคงคลังลดลงมากกว่าที่คาดการณ์
+ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 หลังราคาร่วงลงไปต่ำกว่าที่ระดับ 40 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งนับเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ภายหลังที่สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานว่าปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 29 ก.ค. ปรับตัวลดลง 3.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวลดลงที่ 2 แสนบาร์เรล
- อย่างไรก็ตาม EIA ได้รายงานว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่ทางนักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ว่าปริมาณน้ำมันดิบจะปรับตัวลดลง 1.2 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน
+/- โกลแมนแซคคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบในปีหน้าจะอยู่ที่ระดับราคาประมาณ 45-52.5 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์จะปรับตัวอ่อนค่าลง อีกทั้งยังคาดว่าปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศไนจีเรียและลิเบีย ยังเป็นปัจจัยที่จะส่งผลต่อความไม่แน่นอนของระดับราคาน้ำมัน
- ยอดค้าปลีกกลุ่มยูโรโซนในเดือน ก.ค. คงที่อยู่ที่ระดับเดิมเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ายอดการค้าปลีกปรับตัวลดลง ร้อยละ 1.6 ซึ่งสาเหตุหลักมาจากผู้บริโภคลดปริมาณการใช้จ่ายในน้ำมันเชื้อเพลิงลงจากภาวะเศรษฐกิจในกลุ่มยูโรโซนที่ยังคงอ่อนแอ
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานน้ำมันเบนซินในประเทศญี่ปุ่นปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า ร้อยละ 2.3 อย่างไรก็ตามประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียเหนือยังคงมีอุปทานที่ล้นตลาดอยู่
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ยังคงซบเซาจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวและอุปสงค์ที่ลดลงจากหน้ามรสุมในประเทศอินเดียและการห้ามทำการประมงในประเทศจีน
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 39-44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 41-46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดยังไม่คลี่คลาย หลังจากล่าสุดปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะมีแนวโน้มปรับตัวลดลง จากอัตราการกลั่นของโรงกลั่นในสหรัฐที่ลดลง ประกอบกับปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น
- ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับอุปทานจากสหรัฐ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี หลังจากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ มีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มขึ้น ตามราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวได้ดีก่อนหน้านี้
- ลิเบียอาจชะลอการเปิดดำเนินการท่าส่งออกน้ำดิบสำคัญของประเทศ ได้แก่ Es-Sider และ Ras Lanuf ออกไปก่อน หลังจากเกิดปัญหาเกี่ยวกับค่าตอบแทนของหน่วยรักษาความปลอดภัย รวมถึงการคัดค้านการรวมตัวกันของบริษัทน้ำมันแห่งชาติ โดยก่อนหน้านี้ ลิเบียเคยแสดงความพร้อมที่จะฟื้นฟูกำลังการผลิตน้ำมันดิบสู่ระดับ 700,000 บาร์เรลต่อวันภายในสิ้นปีนี้ หากท่าส่งออกที่ใหญ่ที่สุดดังกล่าวกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999









