วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตาสินเชื่อบ้าน ครึ่งปีหลัง'ฟื้น'หรือ'ฟุบ'

มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนและจำนองอสังหาริมทรัพย์ที่สิ้นสุดไปในเดือนเม.ย. 2559 นอกจากจะช่วยให้ระบายสต๊อกของภาคอสังหาริมทรัพย์แล้ว

 

 

ยังส่งอาณิสงส์ถึงสินเชื่อบ้านของธนาคารพาณิชย์ไปด้วย  โดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ที่เป็นเจ้าตลาดอย่างธนาคารไทยพาณิชย์ที่มียอดสินเชื่อบ้านเติบโตขึ้น มาอยู่ที่ 596,027 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 3.4% จากสิ้นปี 2558

เช่นเดียวกับธนาคารธนชาตที่แม้ว่าภาพรวมการขยายสินเชื่อของธนาคารในครึ่งปีแรกยังคงลดลง 3.66% จากสิ้นปีก่อนมาอยู่ที่ 6.87 แสนล้าน แต่จะเห็นว่าสินเชื่อบ้านยังมีการเติบโตสูงถึง 7% หรือเพิ่มขึ้น 6.4 พันล้านบาท มาอยู่ที่ 9.8 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนสินเชื่อบ้านมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 14.30% จากไตรมาสแรกของปี 2558ที่มีสัดส่วนเพียง 11.73% เท่านั้น

หนึ่งในคู่แข่งขันที่มาแรงในปีนี้ อย่างธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดย ณัฐพล ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่  ระบุว่า ตลาดสินเชื่อบ้านในไตรมาสแรก ยอดคงค้างสุทธิโตจากปีที่แล้ว 2% จาก 3.09 ล้านล้านบาท เป็น. 3.15 ล้านล้านบาท และคาดว่าในช่วงครึ่งปี น่าจะเห็นการเติบโตประมาณ 5-6%  แต่ในส่วนของสินเชื่อบ้านของธนาคารกรุงศรีนั้นมียอดเติบโตสุทธิ20,000ล้านบาททำให้พอร์ตสินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้นจาก160,000 ล้านบาท เป็น180,000ล้านบาท หรือโต12%ภายใน 6 เดือนแรกของปี

 สำหรับครึ่งหลังของปีนั้นเขามองว่ายังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก ทั้งเศรษฐกิจและการเมือง  ดังนั้นธนาคารประเมินว่าครึ่งปีหลังการเติบโตของสินเชื่อบ้านจะน้อยกว่าครึ่งแรกของปีที่ได้รับอาณิสงส์จากมาตรการภาครัฐ ทำให้เกิด High Season เทียมขึ้นมา ดังนั้นครึ่งหลังของปีนั้นธนาคารคาดว่าหากสามารถปล่อยสินเชื่อได้อีก 3 หมื่นล้านบาทก็ถือเป็นระดับที่น่าพอใจ ขณะที่คุณภาพสินเชื่อถือว่าอยู่ในระดับที่ดี 

 “6 เดือนแรกโตดีเลย เพราะมาตรการช่วยส่วนหนึ่งและธนาคารมีการปรับปรุงรูปแบบทำงานทำให้เติบโตได้ก้าวกระโดดยอดปล่อยใหม่ 3.4 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้นถึง90%เพราะปีก่อนอยู่ระหว่างปรับตัว เทียบกับตลาดครึ่งแรกน่าจะไม่มาก แถมครึ่งแรกเสียตลาดให้แบงก์ใหญ่ จะเห็นว่าสินเชื่อกระจุกตัวในกลุ่มแบงก์ใหญ่ ดังนั้น จึงเห็นการแข่งขันดอกเบี้ยจากธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กเพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ เช่นเดียวกับธนาคารที่ต้องมาเร่งเครื่องช่วงครึ่งหลังเช่นกัน”

กลยุทธ์ของธนาคารในขณะนี้จะเน้นอัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะยาว เช่น คงที่ 4% นาน 5ปี และคงที่ 5%นาน7ปี หลังจากนั้นMRR-1.60% (MRR=7.7%) โดยนำเสนอร่วมกับโครงการของแลนด์แอนด์เฮ้าส์ คิวเฮ้าส์  เอพี พฤกษา และศุภาลัย 

สอดคล้องกับสุธารทิพย์ พิสิฐบัณฑูรย์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มสินเชื่อ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่ยอมรับว่า สินเชื่อบ้านทั้งปีนี้อาจเติบโตไม่ได้ตามเป้าหมายที่5% หลังจากครึ่งปีแรกเติบโตได้เพียง  1% เท่านั้น แต่ธนาคารจะไม่เร่งการเติบโตมากนักและจะรักษาฐานสินเชื่อให้ทรงตัวที่ 3.2หมื่นล้านบาท  เนื่องจากยอดขายบ้านที่ชะลอลง สต๊อกของผู้ประกอบการยังเหลืออยู่มาก โดยเฉพาะหลังมาตรการ ภาษีอสังหาฯหมดลง เม.ย.ที่ผ่านมา

ดังนั้นในแง่ของสินเชื่อโครงการหรือพรีไฟแนนซ์นั้นธนาคารคงต้องชะลอออกไป  ประกอบกับสัญญาณของลูกค้ารายย่อยที่มีอำนาจซื้อลดลงอีกด้วย   อย่างไรก็ตามในแง่ของคุณภาพสินเชื่อยังดีเนื่องจากธนาคารได้ติดตามลูกหนี้ให้ชำระหนี้เท่าที่จะสามารถ ทำให้อัตราผิดนัดชำระลดลงอยู่ที่ 0.6% จากปีก่อนอยู่ที่ 1% 

 อรอนงค์ อุดมก้านตรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่  ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ครึ่งปีแรกธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อบ้านแล้ว  6,200 ล้านบาทเติบโตจากสิ้นปีก่อนกว่า 3% ทำให้พอร์ตสินเชื่อบ้านอยู่ที่ 64,000 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ธนาคารได้ออกโปรโมชั่นใหม่“สินเชื่อบ้านHome Loan4Uบ้านแบบไหนก็กู้ได้ ดอกเบี้ยเฉลี่ย3 ปีแรก เริ่มต้น 3.33%”สำหรับพนักงานที่มีรายได้ประจำต่อเดือน30,000 บาทขึ้นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

 ด้าน ชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทยยอมรับว่าการปล่อยสินเชื่อบ้านในช่วงครึ่งแรกยังไม่เป็นไปตามเป้าเล็กน้อย ดังนั้นในช่วงครึ่งหลังจะต้องปรับกระบวนทัพใหม่ ทั้งกระบวนการภายใน เช่นการวิเคราะห์สินเชื่อ เงื่อนไขต่าง ๆจะสามารถเพิ่มหรือผ่อนตรงไหนได้บ้าง

อย่างไรก็ตามปัญหาที่คล้ายกันทุกธนาคารคือปัญหาเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหน้ายังต้องเร่งแก้ ขณะที่แนวโน้มของสินเชื่อใหม่ที่ปล่อยไปมีคุณภาพดีขึ้นแล้ว

เขายังกล่าวอีกว่าการแข่งขันในตลาดสินเชื่อบ้านยังคงรุนแรงทั้งในแง่ของราคาและการให้ของแจกของแถม โดยเฉพาะหากเป็นลูกค้าที่มีคุณภาพและผ่านเครดิตสกอริ่งจะถูกแย่งตัวค่อนข้างมาก ซึ่งลูกค้ายุคนี้มีความฉลาดและยื่นกู้กับหลายธนาคาร ในส่วนของธนาคารมีการทำแคปเปญร่วมกับผู้ประกอบการ เลือกโครงการที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เช่นการเสนอดอกเบี้ยคงที่ หรือบางแห่งยังเห็นดอกเบี้ย 0%

สุดท้ายคงต้องจับตาดูภาวะตลาดหลังจากนี้ว่าเมื่อดีมานด์ถูกดึงไปแล้วตั้งแต่ต้นปี แม้จะมีการแข่งขันรุนแรง และโปรโมชั่นจูงใจตามมาจะกระตุ้นให้ตลาดในช่วงครึ่งปีหลังที่กำลังเข้าสู่ไฮซีซันจริง ๆ ของสินเชื่อเชื่อบ้าน จะฟื้นหรือจะซบกันแน่