วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ออมสิน'เล็งขอคลัง แยกบัญชีสินเชื่อประชารัฐ

"ธนาคารออมสิน" คาดสินเชื่อประชารัฐทำสูญรายได้ในปีแรก 360 ล้านบาท พร้อมเตรียมขอคลังแยกบัญชีหนี้ เหตุมีความเสี่ยงหนี้สูญสูงถึง 5-10%

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน เปิดเผยถึงมาตรการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชนว่า เป็นมาตรการให้สินเชื่อผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยทั่วไป เช่น พ่อค้า แม่ค้า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มแม่บ้าน เป็นต้น วงเงินต่อรายไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ แก้ปัญหาและบรรเดาความเดือดร้อนในการดำรงชีพ รวมทั้งหนี้นอกระบบระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในปีแรก 0% ต่อเดือน และในปีที่ 2-5 คิดดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน ยื่นขอกู้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคมนี้เท่านั้น โดยในเบื้องต้นหากมีผู้ยื่นขอกู้ 100,000 ราย เฉลี่ยต่อราย 30,000 บาท วงเงินรวมกว่า 3,000 ล้านบาทนั้น คาดว่าธนาคารจะเสียรายได้จากดอกเบี้ยในปีแรก 360 ล้านบาท

“ในปีที่ปลอดดอกเบี้ยนั้นเราคาดว่าจะเสียรายได้จากดอกเบี้ย 360 ล้านบาท แต่เราไม่ได้มองตรงนี้ แต่เป็นการช่วยเหลือภาคประชาชนให้มีเงินทุนหมุนเวียน อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้ากลุ่มดังกล่าวคือ ประชาชนที่มีรายได้น้อย และไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จึงถือว่ามีความเสี่ยงในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ประมาณ 5-10% ดังนั้น เราจึงได้ขอกระทรวงการคลังว่าให้แยกบัญชี เป็นโครงการตามนโยบายของรัฐ เพราะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง”นายชาติชาย กล่าว

ส่วนมาตรการประชารัฐเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินประชาชนภายใต้นโยบายรัฐบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกค้าของธนาคารออมสินนั้น เบื้องต้นคาดว่าจะมีลูกค้ามาลงทะเบียนเข้าโครงการดังกล่าว 50,000-100,000 ราย

นายชาติชาย กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีพอร์ตสินเชื่อประชาชน 1.6 ล้านคน คิดเป็นสินเชื่อคงค้าง 71,000 ล้านบาท เป็น NPL 5% ซึ่งธนาคารมั่นใจว่าจะสามารถดูแลบริหารจัดการได้ ในส่วนของการลงทะเบียนรับสวัสดิการของรัฐ ที่เปิดให้ลงทะเบียนถึงวันที่ 15 สิงหาคมนี้นั้น คาดว่าจะมีผู้ลงทะเบียนผ่านธนาคารทั้งสิ้น 1.5-2 ล้านราย