วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รายได้เกษตร-หนี้รถคันแรกหนุน ‘กำลังซื้อ’ ฟื้น

รายได้เกษตรกรเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันที่ 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

และทำให้ตัวเลขไตรมาส 2 ปี 2559 พลิกกับมาเป็น “บวก” ครั้งแรกที่ 3.7% ซึ่งถือเป็นการกลับมา “ขยายตัวครั้งแรก” ในรอบ 8 ไตรมาส นับจากไตรมาส 2 ปี 2557

การขยายตัวของ “รายได้เกษตรกร” ในไตรมาสดังกล่าว ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ “ราคา” เป็นสำคัญ โดยเฉพาะราคาของปาล์มน้ำมันและไม้ผล ขณะที่ด้าน “ผลผลิต” ยังหดตัวต่อเนื่อง จากผลกระทบสืบเนื่องในเรื่องของภัยแล้งในช่วงก่อนหน้า ซึ่งทำให้ผลผลิตข้าว อ้อย และพืชยืนตัน ได้รับความเสียหาย

รายได้เกษตรกรที่เริ่มฟื้นตัว ยังส่งผลดีต่อเนื่องไปยัง “การบริโภคภาคเอกชน” ด้วย โดยข้อมูลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุว่า การบริโภคภาคเอกชนช่วงไตรมาส 2 ปี 2559 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าในเกือบทุกหมวดสินค้า

โดยเฉพาะยอดขายรถยนต์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานต่ำในปีก่อนที่ผู้บริโภคชะลอการซื้อเพื่อรอรถยนต์รุ่นใหม่ และอีกส่วนเป็นผลจากกิจกรรมส่งเสริมการขายและการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ขณะที่กำลังซื้อของภาครัวเรือนทยอยปรับดีขึ้น โดยเฉพาะครัวเรือนในภาคเกษตรกรรมเนื่องจากปัญหาภัยแล้งคลี่คลายลง

นอกจากนี้ถ้ามองไปข้างหน้า แนวโน้มรายได้ภาคเกษตรและการบริโภคภาคเอกชนน่าจะยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเป็นผลจากสถานการณ์ภัยแล้งที่คลี่คลาย รวมทั้งผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

โดยรายงานแนวโน้มธุรกิจของ ธปท. ซึ่งสำรวจความเห็นจากภาคธุรกิจในโครงการ Business Liaison Program ซึ่งเป็นการเข้าพบเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นกับนักธุรกิจทั่วประเทศจำนวน 190 ราย ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ มองการบริโภคช่วงไตรมาส 3 มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง

รายงานฉบับดังกล่าว ระบุว่า การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม รายได้เกษตรกรที่ปรับดีขึ้น หลังสถานการณ์ภัยแล้งเริ่มคลี่คลาย และผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ เช่น มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการมีการจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายและปรับกลยุทธ์การขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังกังวลว่า การฟื้นตัวยังมีความเสี่ยงในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่มีความเสี่ยงจากปัญหาดินฟ้าอากาศ ส่งผลต่อผลผลิต และลูกจ้างในภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากชั่วดมงการทำงานที่ลดลง จากภาคส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัว

“กำลังซื้อเริ่มดีขึ้น สะท้อนจากการใช้จ่ายซื้อสินค้าและการตอบสนองต่อการส่งเสริมการขายของผู้บริโภคมากขึ้น โดยสินค้าที่ยอดขายเพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภคกลุ่มอาหาร รวมถึงสินค้าแฟชั่น”รายงานแนวโน้มธุรกิจของ ธปท. ระบุเอาไว้

ทั้งนี้ หากพิจารณาตามภาค พบว่าการบริโภคที่ขยายตัวดี มาจากภาคกลางเป็นหลัก ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่อนข้างทรงตัว ขณะที่ ภาคเหนือและภาคใต้ปรับลดลงเล็กน้อย เนื่องจากผู้บริโภคระวังการใช้จ่าย แม้ราคาพืชผลมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ผู้บริโภคบางกลุ่มยังมีภาระหนี้สูง”

“สมประวิณ มันประเสริฐ” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มองว่า รายได้ภาคเกษตรน่าจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน เพราะแนวโน้มราคาสินค้าหลายๆ ตัวเริ่มดีขึ้น โดยฝ่ายวิจัยฯ ธนาคารกรุงศรี ได้ติดตามดูราคาสินค้าเกษตรจำนวน 12 ประเภท ซึ่งครอบคลุม 85% ของรายได้เกษตรกร พบว่า สินค้าหลายตัว มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน

“หลายๆ ตัว เช่น ข้าว มีแนวโน้มดีขึ้น และสินค้าหลัก อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ยางพารา ก็ค่อยๆ ดีขึ้น ในขณะที่ผลไม้และเนื้อสัตว์ ก็ดีขึ้นเช่นกัน ดังนั้น ภาพที่เราเห็น คือ รายได้เกษตรกร ในช่วงครึ่งปีหลัง ก็น่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นด้วย ซึ่งจะมีส่วนช่วยการบริโภคให้ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน”สมประวิณกล่าว

สมประวิณ ยังบอกว่า ปัญหาเศรษฐกิจไทยช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเกิดจากรายได้เกษตรกรที่หดตัวต่อเนื่อง ส่งผลต่อเนื่องไปยังภาคการบริโภค และยังทำให้การผลิตที่เกี่ยวข้องหดตัวลงด้วย แต่จากรายได้ที่เริ่มฟื้นกลับมา ก็น่าจะทำให้ทั้งการบริโภคและการผลิตที่เกี่ยวข้องปรับตัวดีขึ้นด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้สถานการณ์หนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มว่าจะบรรเทาลง ซึ่งถ้าดูตัวเลขไตรมาสแรกปี 2559 ที่ออกมา พบว่า สัดส่วนต่อจีดีพีเริ่มปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ไตรมาส มาอยู่ที่ 81.1% และมีแนวโน้มว่าจะลดลงได้ต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากหนี้รถยนต์คันแรกทยอยครบกำหนด

“ถ้าดูหนี้รถยนต์คันแรก ซึ่งส่วนใหญ่มีอัตราการผ่อนประมาณ 5 ปี และจะเริ่มทยอยครบกำหนดในเดือนก.ย.นี้ เฉพาะเดือนก.ย.มีหนี้รถยนต์ที่ผ่อนครบกำหนดจำนวน 35,000 คัน จากยอดที่เข้าร่วมโครงการร่วมๆ 1 ล้านคัน ดังนั้นในอนาคตจะยังมีหนี้รถยนต์ที่เตรียมครบกำหนดอีกจำนวนมาก ตรงนี้นอกจากจะทำให้หนี้ครัวเรือนชะลอลงแล้ว ยังทำให้กำลังซื้อมีเพิ่มขึ้นด้วย”