วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.ไฟเขียวมาตรการสินเชื่อประชารัฐ

ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการสินเชื่อประชารัฐวงเงิน 50,000 บ./ราย พร้อมไฟเขียวมาตรการพี่ช่วยน้องส่งเสริมลงทุนชนบท หักภาษีได้ 2 เท่าแต่ไม่เกิน 10%

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ในวันนี้ ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบ มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมือง ตามแนวประชารัฐ โดยแบ่งเป็นการช่วยเหลือ 3 ด้านผ่านธนาคารออมสินเป็นวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท

สำหรับมาตรการแรกคือ มาตรการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน โดยกลุ่มที่ได้รับการช่วยเหลือ คือ ผู้ประกอบการอิสระรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มแม่บ้าน ผู้รับจ้างทั่วไป ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป และผู้กู้เมื่อกู้และชำระแล้วต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี โดยสินเชื่อที่จะได้รับนั้น วงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย หรือตามความจำเป็น และรวมวงเงินเดิมแล้วต้องไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย และเวลากู้ยืม 5 ปี อัตราดอกเบี้ยปีแรก 0% ปีที่ 2-5 ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน สามารถยื่นได้ถึงสิ้นปีนี้

“วงเงิน 50,000 บาทต่อรายนั้น จะทำให้ ประชาชนมีรายได้น้อยเข้าถึงแหล่งเงินทุน ช่วยลดปัญหาเงินกู้นอกระบบ โดยสามารถนำไปชำระหนี้เดิมได้ ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อยประมาณ 9 ล้านรายในเขตเมือง”นายกอบศักดิ์ กล่าว

ส่วนมาตรการที่ 2 คือ มาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน ที่มีการกู้ยืมกับธนาคารออมสิน โดยจะพักชำระเงินต้นเป็นเวลาสูงสุด 3 ปี แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยตามปกติ ขณะเดียวกันเมื่อพักชำระเงินต้น ในส่วนของการขยายเวลาการชำระหนี้นั้นจะได้เท่ากับการชำระหนี้เงินต้นเท่านั้น ในส่วนของสินเชื่อประเภทอื่นๆ เช่น เอสเอ็มอี จะสามารถจะสามารถขยายเวลา 2 เท่าของระยะเวลาคงเหลือ แต่สูงสุดไม่เกิน 20 ปี

สำหรับมาตรการสุดท้าย มาตรการให้ความรู้ การพัฒนาอาชีพ สร้างความรู้ทางการเงิน แก่ผู้ประกอบการที่มีรายได้น้อย การแนะนำและส่งเสริมการออม การบริหารการเงิน การเรียนรู้การประกอบอาชีพต่างๆ มีเป้าหมายในการดำเนินการ 150,000 ครอบครัว ครอบครัวละ 1 คน วงเงินในการดำเนินการทั้งสิ้น 163 ล้านบาท

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมครม.ยังเห็นชอบมาตรการต่อเนื่องจากฟื้นฟูเอสเอ็มอี แบ่งเป็น 2 มาตรการ ประกอบด้วย มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจ เอสเอ็มอี หรือ พี่ช่วยร้อง ตามแนวทางประชารัฐ ส่งเสริมให้บริษัทใหญ่ช่วยบริษัทเล็ก โดยสามารถนำรายจ่ายหักภาษีได้ 2 เท่าของรายได้ แต่ไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิ

ทั้งนี้ ได้กำหนดคำนิยามพี่ว่า ให้แบ่งตามเกณณฑ์ใช้นิยามเอสเอ็มอี ที่มีสินทรัพย์ถาวรเกิน 200 ล้านบาท มีพนักงานเกิน 200 คน ให้เป็นพี่ และที่มีน้อยกว่าเป็นน้อง คำว่าช่วย คือ การถ่ายถอดความรู้ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การส่งเสริมการตลาด ถ้าพี่ชข่วยข่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อแทนน้อง โดยมีข้อแม้ ว่า ข้อแรก พี่จะต้องไม่ถือหุ้นโดยทางตรงหรืออ้อม ไม่มีอำนาจควบคุมดูแลในกิจการของน้อง

ส่วนมาตรการที่ 2 คือ มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในชนบท โดยกระทรวงการคลัง เสนอให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ในการจ่ายเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และแหล่งท่องเที่ยวในชนบท การลงทุนเช่น ไฟฟ้า ประปา ถนน ทางพิเศษหรือสัปทาน โทรคมนาคม ไอซีที พลังงานทางเลือก ระบบบริหารจัดการน้ำหรือ ชลประทาน ระบบป้องกันภัยธรรมชาติ ระบบจัดการของเสีย ซึ่งการลงทุนดังกล่าว ต้องสอดคล้องกับระเบียบมหาดไทย ว่าด้วยการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนคำว่าแหล่งท่องเที่ยว เช่น อุทยานแห่งชาติ โบราณสถาน แหล่งท่องเที่ยวอื่น องค์การของรัฐ มีข้อแม้ว่า ข้อแรก แต่ละโครงการ ต้องได้รับการรับรองจากราชการ ต้องโอนกรรมสิทธิ์ ให้องค์การของรัฐโดยไม่มีค่าตอบแทน สิทธิทางภาษี ซึ่งทั้ง 2 โครงการ จะสามารถนำไปหักรายจ่ายได้ เอารายจ่ายไปหักรายได้ 2 เท่า แต่ไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิ และร่ายจ่ายเพื่อการศึกษา และการกีฬา โดยจะสามารถทำได้ 3 ปี โดยเริ่มปีภาษี 2559 -2561