กำไรมีโอกาศเติบโตก้าวกระโดดในไตรมาส 2/59
กำไรพิเศษจากตราสารหนี้ทำให้กำไรไตรมาส 2/59 โตก้าวกระโดด
เราคาดว่า BLA จะรายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 2/59 จำนวน 4.2 พันล้านบาท พลิกกลับจากที่ขาดทุน 6.9 พันล้านบาท ในไตรมาส 1/59 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/58 ที่ระดับ 1.84 พันล้านบาท ภาพการเติบโตแบบ YoY ดังกล่าวเกิดจากการเปลี่ยนนโยบายการตั้งค่าสำรองฯกรมธรรม์ประกันชีวิต จากผลตอบแทนตราสารหนี้ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเราคาดว่านโยบายการตั้งสำรองฯกรมธรรม์ประกันชีวิตในไตรมาส 2/59 จะเท่ากับ 12% ของรายได้ค่าเบี้ยประกันชีวิตทั้งหมด จาก 139% ในไตรมาส 1/59 และ 40% ในไตรมาส 2/58 โดยรายได้เบี้ยประกันชีวิตรวมในไตรมาส 2/59 (บวกเบี้ยประกันภัยชำระครั้งเดียว) ประมาณ 9.4 พันล้านบาท ลดลง 27% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 30% YoY โดยเราคาดว่า ROI ในไตรมาส 2/59 จะเท่ากับ 4.7% จาก 4.6% ในไตรมาสก่อนหน้า และจากการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนจากตราสารหนี้ เรามองว่า BLA ยังคงมีอัพไซส์ในครึ่งปีหลัง
เน้น market share มาจากสินค้าระยะกลางถึงยาว
เราประเมินยอดเบี้ยประกันชีวิตรับสุทธิปี 2559 เติบโตที่ 13% YoY มาอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท จากการปรับนโยบายเน้นสินค้าระยะกลาง-ยาว (อย่างเบี้ยประกันภัยชำระครั้งเดียว กองทุนบำเหน็จบำนาญและประกันการคุ้มครองภาระหนี้สิน อย่าง บัวหลวงห่วงลูกหลาน และบัวหลวงห่วงครอบครัว และกองทุนบำเหน็จบำนาญ 555/600) และสินค้าประกันชีวิตตลอดชีพที่มีภาระผ่อนจ่ายอย่างน้อย 4 ปีขึ้นไป โดยบริษัทจะให้ความสนใจขายสินค้าที่เป็นระยะกลางมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/59 เป็นต้นไป ซึ่งมีอัตรากำไรสูงขึ้นและสามารถขายได้ง่ายกว่าสินค้าระยะยาว โดยบริษัทฯครองส่วนแบ่งการตลาดในไตรมาส 1/59 ที่ 5.9% สำหรับ เบี้ยรับปีแรกและ 9.5% สำหรับรายได้เบี้ยประกันชีวิตรวม
การตั้งสำรองฯลด จากผลตอบแทนตราสารหนี้ที่เพิ่มขึ้น
เราคาดการตั้งค่าสำรองกรมธรม์ประกันชีวิตจะคิดเป็น 12% ของรายได้เบี้ยประกันทั้งหมดในไตรมาส 2/59 ซึ่งอาจมาจากผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะ 10 ปีที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 1/59-2/59 ทั้งนี้ผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 50bps QoQ มาอยู่ที่ 2.0% ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2559 เราจึงคาด BLA จะลดการตั้งค่าสำรองกรมธรม์ประกันชีวิตมาเท่ากับ 5 พันล้านบาท ซึ่งหมายความว่าหากอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2/59 เป็นต้นไป BLA มีโอกาสลดการตั้งค่าสำรอง อย่างไรก็ตามเรายังคงประมาณการอัตราส่วนการตั้งสำรองเท่ากับ 83% ในปี 2559
ประเด็นการลงทุน
ผลดีจากแนวโน้มผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาวที่เพิ่มขึ้นในปี 2559 ทำให้เราคงประมาณการกำไรในปี 2559 ที่ระดับ 850 ล้านบาท และกำไรในปี 2560 ที่ระดับ 4.3 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโอกาศที่บริษัทฯจะได้รับผลดีจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นในปี 2560 ซึ่งจะส่งผลต่ออัพไซส์ของกำไรสุทธิในปี 2560 จากการลดการตั้งสำรองฯกรมธรรม์ประกันชีวิต และ ROI ที่สูงขึ้นโดยเรามองว่าราคาหุ้นของ BLA ยังคงมีอัพไซส์อีกประมาณ 20% เมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายของเรา โดย อิงการประเมินมูลค่าธุรกิจ (EV) ที่ 31.2 บาทต่อหุ้นและมูลค่าการสร้างธุรกิจใหม่ (VNB) ที่ 18.82 บาท ดังนั้นเรายังคงแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ BLA








