วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

BA - ซื้อ

คาดกำไรหลักไตรมาส 2/59 แข็งแกร่ง แต่ค่าใช้จ่ายภาษีพิเศษกระทบต่อกำไรสุทธิ

ประเด็นการลงทุน

ในมุมมองของเรา ราคาหุ้น BA ซึ่งปรับตัวแย่กว่ากลุ่มได้สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับภาระภาษีจ่ายเพิ่มเติมที่จะส่งผลต่อกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 ไปแล้ว เราคิดว่าผลการดำเนินงานหลักไตรมาส2/59 ที่มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง รวมถึงช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวที่เกาะสมุยในไตรมาส 3/59 น่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นต่อไป นอกจากนี้อัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีของกำไรหลักอยู่ที่ 36% ในปี 2558-2560 จากจำนวนผู้โดยสารที่เติบโตแข็งแกร่งน่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาหุ้น ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายอยู่ที่ระดับ PEG ปี 2559 ที่ 0.5 เท่าซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 1.2 เท่า

ภาระภาษีจ่ายเพิ่มเติมเกิดจากการตีความที่ต่างกัน

จากการที่กระทรวงการคลังได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 3 แห่งประมวลรัษฎากรที่กำหนดขยายเวลาการยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลลงวันที่ 16 มิ.ย. 2559 นั้น ให้แก่ผู้ได้รับส่งเสริมการลงทุนซึ่งคำนวณภาษีตามแนววินิจฉัยอันมีความคลาดเคลื่อนจากหน่วยราชการอื่น โดยมิได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษี BA แจ้งว่าบริษัทได้รับผลกระทบจากประเด็นดังกล่าวและได้จ่ายภาษีนิติบุคคลเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2559 เป็นจำนวนเงิน 447 ล้านบาท โดยภาระภาษีเพิ่มเติมเพียงครั้งเดียวนี้จะถูกบันทึกไว้ในงบการเงินไตรมาส 2/59 ของบริษัท นอกจากนั้นประเด็นดังกล่าวจะส่งผลให้อัตราภาษีจ่ายของ BA สูงขึ้นในอนาคต ผู้บริหารประมาณการเบื้องต้นว่าอัตราภาษีจ่ายของบริษัทน่าจะเพิ่มขึ้น 2% จากอัตราภาษีปัจจุบัน

คาดผลการดำเนินงานหลักไตรมาส 2/59 เติบโตแข็งแกร่ง

เราคาดว่า BA จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY แต่ลดลง 94% QoQ เนื่องจากการบันทึกภาษีจ่ายพิเศษดังกล่าวข้างต้น แต่ผลการดำเนินงานหลักไตรมาส 2/59 คาดยังคงแข็งแกร่ง หากไม่รวมกำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 40 ล้านบาท และภาระค่าภาษีเพิ่มเติมที่ 447 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 2/59คาดว่าจะอยู่ที่ 503 ล้านบาท พลิกกลับจากการขาดทุนหลักในไตรมาส 2/58 แต่ลดลง 66% QoQ โดยมีปัจจัยหลักเบื้องหลังกำไรหลักที่แข็งแกร่งขึ้น YoY ได้แก่ 1) จำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มขี้น 12% YoY มาอยู่ที่ 1.2 ล้านคน) และ 2) ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่ต่ำลง (ลดลง 43% YoY มาอยู่ที่ 55 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล) อย่างไรก็ตามกำไรหลักที่มีแนวโน้มหดตัว QoQ เนื่องมาจาก 1) จำนวนผู้โดยสารที่น้อยลง (ลดลง 22% QoQ เพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย) และ 2) ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 9% QoQ)

ปรับลดประมาณการกำไรระยะยาวเล็กน้อยจากอัตราภาษีจ่ายที่เพิ่มขึ้น

จากภาระภาษีจ่ายเพิ่มเติมในปี 2559 รวมทั้งอัตราภาษีจ่ายของ BA ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ลงมา 18% มาอยู่ที่ 2,217 ล้านบาท และลดลง 2% สำหรับประมาณการกำไรระยะยาว เราปรับราคาเป้าหมาย (SOTP) ณ สิ้นปี 2559 เป็น 26 บาท (จาก27 บาท)