ทุนใหม่ 'ไทยบริการ' หวังปีหน้าธุรกิจเทิรน์อะราวด์

ในช่วง1ปีที่ผ่านมา “ตระกูลจงอัศญากุล” เข้ามาปรับโครงสร้าง"ไทยบริการอุตสาหกรรมและวิศวกรรม" เพื่อให้ธุรกิจมั่นคง
ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่บริษัทไทยบริการอุตสาหกรรมและวิศวกรรม จำกัด(มหาชน) T คือ “ตระกูลจงอัศญากุล” ซึ่งเข้ามาปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ทั้งหมด และแก้ไขปัญหาการขาดทุนก้อนโตและภาระหนี้สินที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงให้ได้
“ทรรศิน จงอัศญากุล” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยบริการอุตสาหกรรมและวิศวกรรม เล่าให้ฟังถึงความคืบหน้าของการแก้ไชปัญหาในครั้งนี้
“กลุ่มผมได้เข้ามาบริหารไทยบริการประมาณ 1ปี 2เดือน และจัดการแก้ไขปัญหาไปได้้พอสมควรแล้ว โดยเฉพาะเรื่องภาระหนี้สินกับสถานบันการเงิน ประมาณ 400-500 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือเพียง 180 ล้านบาท โดยใช้วิธีการชำระเงินต้นและขอลดภาระดอกเบี้ย ซึ่งแบงก์ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันเราต้องทำให้แบงก์มั่นใจว่าเข้ามาทำธุรกิจจริงจังไม่ได้เข้ามาหวังเพื่อการลงทุนประเภทมันนี่เกมส์ เพียงอย่างเดียว”
ทรรศินอธิบายว่า การปรับลดภาระหนี้ไปแล้วกว่า 50% ขณะเดียวกันก็ปรับลดบุคลากรเพื่อลดต้นทุน จาก 200 คนเหลือ 80 คน เพื่อทำให้องค์กรมีความกระชับและต้นทุนก็ต่ำลงจึงน่าจะทำให้บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรได้ดีขึ้น
ปัจจุบันบริษัทยังคงเน้นในธุรกิจหลัก คือ การเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการต่างๆ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักแต่เดิม โดยงานที่ถนัดคือโครงการโรงพยาบาล คอนโดมิเนียมโลว์ไลฟ์ ไม่เกิน 15 ชั้น โรงงานต่างๆ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีงานในมือรอรับรู้รายได้ 1.6 พันล้านบาท และจะรับรู้ภายในปีนี้ประมาณ 700 ล้านบาท ขณะที่บริษัทมีเป้าหมายภายสิ้นปีนี้ แบ็กล็อค น่าจะยืนระดับ 2 พันล้านบาทได้ไม่ยาก
ส่วนความสามารถในการทำอัตรากำไรสุทธิน่าจะอยู่ที่ 5-7% อย่างไรก็ตามปัจจุบันธุรกิจรับเหมา ยังต้องพบกับอุปสรรคในเรื่องประเด็นการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง เนื่องจากโครงการประมูลขนาดใหญ่โดยเฉพาะโครงการลงทุนของภาครัฐ ยังมีไม่มาก ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ หันลงมาแข่งขันแย่งชิง ประมูลงานในโครงการขนาดกลางถึงเล็ก ทั่วไป ทำให้การขยับของอัตรากำไรสุทธิทำได้ยาก
ประธานกรรมการบริหารประเมินว่า ในฐานะคนในวงการรับเหมาก่อสร้างด้วยกัน คาดหวังว่า โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐจะเร่งการเบิกจ่ายจริง แม้จะมีการอนุมัติแล้วแต่ยังไม่มีการเบิกเงินมาลงทุนจริง ทำให้อุตสาหกรรมนี้ ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะฟื้นตัวได้ง่าย
ทรรศิน บอกว่า การที่บริษัทไทยบริการฯ อยู่ในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างทำให้มีรายได้แค่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดำเนินธุรกิจเท่าน้ั้น และสามารถทำให้มีกำไรได้ แต่จะเติบโตได้ช้า ดังนั้นการที่ทำให้บริษัทมีการเติบโตได้เร็วขึ้นคือต้องเข้าไปลงทุนในธุรกิจใหม่ๆที่มีสามารถผลักดันให้ความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้น เพื่อที่บริษัทจะได้มีอนาคตที่ดี
ปัจจุบันฝ่ายบริหารได้เตรียมแผน 3 แนวทางคือ แนวทางแรกคือการขยายรายได้ธุรกิจรับเหมา แนวทางที่สองคือการปรับตัวหันไปหาธุรกิจอื่นเพิ่มเติม ซึ่งบริษัทมีที่ดินอยู่ที่อ.พานทอง จ.ชลบุรีประมาณ 70ไร่ มูลค่าตามราคาประเมินประมาณ 200 ล้านบาท ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่าการพิจารณาสร้างมูลค่าเพิ่มจากพื้นที่ดังกล่าว คาดว่าปลายนี้จะเห็นความคืบหน้าในการลงทุน แนวทางที่สามคือการซื้อกิจการ ซึ่งธุรกิจที่บริษัทศึกษาคือ พลังงานไฟฟ้า และอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วน ซึ่งอยู่ระหวางเจราจา โดยมูลค่าการลงทุนของแต่ละโครงการประมาณ 1 พันล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการทำดีลดิริเจนท์กับพันธมิตรดังกล่าว ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากมีการเซ็นสัญญาการเปิดเผยข้อมูลไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าดีลดังกล่าวจะสรุปความชัดเจนได้ไม่เกินปีหน้า
“การมีธรุกิจใหม่ขึ้นมาจะช่วยผลักดันให้บริษัทมีการเติบโตที่ดีขึ้นกว่าเดิมและภาระการขาดทุนก็จะทยอยลดลง โดยคาดว่าภาพรวมของผลประกอบการในปีนี้จะมีกำไร หลังจากที่มีผลขาดทุนในไตรมาสแรก เนื่องจากช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้จะเริ่มรับรู้รายได้จากการก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมใหม่เพิ่มเติม ”
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสะสมอยู่ที่ 900 ล้านบาท ขณะที่ฝายบริหารมีแนวคิดจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวเมื่อมีธุรกิจใหม่เข้ามา โดยอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการลดทุนเพื่อล้างขาดทุนสะสม หรืออาจจะเพิ่มทุนขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการบริษัทรวมถึง ความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปในตอนนี้เพราะบริษัทต้ัองพยายามทำให้ฐานะเงินทุนมีความแข็งแกร่ง พอที่จะให้ผู้ถือหุ้นรู้สึกว่า มีการเปลี่ยนแปลงและเป้าหมายที่ชัดเจนว่า จะเติบโตได้อย่างไร
ขณะนี้บริษัทมีเงินสดในมือประมาณ 400 ล้านบาท ดังนั้นหากจะต้องลงทุนในธุรกิจใหม่ก็จะต้องใช้เงินพอสมควร ซึ่งที่ผ่านมาได้เจรจากับสถาบันการเงินไว้แล้ว และได้รับคำยืนยันว่าจะให้การสนับสนุน ดังนั้นเรื่องแหล่งเงินทุนจึงไม่น่ามีปัญหาหากจะซื้อกิจการใดกิจการหนึ่ง ส่วนเรื่องการยกเลิกแผนขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงล่าสุดนั้น เนื่องจากโครงการในประเทศอังกฤษไม่สามารถเข้าไปลงทุนได้ ทำให้การระดมทุนดังกล่าวต้องยกเลิกไปก่อน ดังนั้นการเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงก็ไม่มีความจำเป็น
ทรรศิน กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทไทยบริการฯ กำลังจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ ในระยะแรกการเติบโตอาจจะไม่หวือหวา เพราะต้องใช้เวลาแก้ไขปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นและผู้ถือลงทุน เพื่อที่จะล้างภาพความเป็นหุ้นเก็งกำไรออกไป ซึ่งกลุ่มทุนใหม่หวังว่า คงใช้เวลาไม่เกิน 1-2 ปี โดยปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจะเปลี่ยนแปลงและมีภาพความชัดเจนของการเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในอนาคต







