วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก.ล.ต.เข้มปรับ 'บิ๊กบจ.' พุ่ง

ก.ล.ต.คุมเข้ม “จับ-ปรับ” ผู้บริหารระดับสูงบจ.-รายใหญ่ “ปั่นหุ้น-อินไซด์เดอร์เทรดดิ้ง” เฉพาะไตรมาส 2 ปีนี้ 463.64 ล้าน

หลังจาก นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เข้าดำรงตำแหน่งได้เพิ่มความเข้มข้น และความรวดเร็วในการดำเนินคดีผู้บิรหารบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งกระทำความผิดปั่นหุ้น และใช้ข้อมูลภายใน หรืออินไซด์เดอร์เทรดดิ้งเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากราคาหุ้น

โดยครึ่งแรกของปีนี้ ได้เปรียบเทียบปรับผู้กระทำความผิดเป็นเงินรวม 492.54 ล้านบาทเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนปรับได้เพียง 34.17 ล้านบาทโดยแค่ไตรมาส 2ปรับผู้กระทำความผิดได้มากถึง 463.64 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 2 ปีก่อน ปรับได้เพียง 24.90 ล้านบาท

ส่วนการกล่าวโทษ ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ 44 ราย เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 40 ราย ส่วนไตรมาส 2 นั้นกล่าวโทษทั้งหมด 6 ราย เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมี 5 ราย

นายรพีกล่าวว่าหลังเข้ารับตำแหน่งได้กำหนดกรอบเวลาในการตรวจสอบแต่ละคดีให้กระชับขึ้น และให้ความสำคัญกับทีมงานกำกับและตรวจสอบ ส่วนกรณีที่เปรียบเทียบปรับ และกล่าวโทษผู้บริหารระดับสูงที่กระทำความผิดทั้งการใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น และเพื่อการปั่นหุ้นมีปริมาณดำเนินคดีและปรับมากขึ้น ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแผน และกรอบเวลาอยู่แล้ว โดยเป็นคดีที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง

“ล่าสุดได้กำหนดโทษผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่กระทำความผิด และไร้ธรรมาภิบาล ในการใช้ข้อมูลภายใน หรือปั่นหุ้น หลังกล่าวโทษ หรือถูกปรับ มีผลให้พ้นจากตำแหน่งทันที และห้ามนั่งบริหารในบริษัทสูงสุดไม่เกิน 3 ปี และหากกลับมาทำผิดซ้ำอีก ก็จะต้องเพิ่มโทษให้หนักขึ้น หรือห้ามนั่งบริหารงานในบริษัทมากขึ้นกว่าเดิม”

นายรพี ยอมรับว่า ที่ผ่านมาแม้ว่าผู้บริหารที่ถูกเปรียบเทียบปรับ มักจะให้เหตุผลว่าไม่รู้กฎเกณฑ์ หรือไม่ได้มีเจตนาในการใช้ข้อมูลภายใน ในการแสดงหาผลประโยชน์ แต่ในปัจจุบัน ข้ออ้างของบุคคลเหล่านั้น ก็กำลังถูกสังคมของโซเชียลมีเดีย ช่วยฉายพฤติกรรมการกระทำ เพราะต้องยอมรับว่า ผู้บริหารที่ถูกปรับดูเหมือนวงเงินไม่มากสำหรับเขา แต่ก็ถูกสังคมสะท้อนการกระทำที่ไม่โปร่งใสในรูปแบบต่างๆ

สำหรับคดีผู้บริหารเข้าข่ายใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น ประกอบด้วยกล่าวโทษผู้กระทำผิดกรณีสร้างราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท สหโมเสค อุตสาหกรรมต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) 4 ราย1.น.ส.ปวีณา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ 2.นางปัณพร เหล่าวิวัฒน์วงศ์ 3.น.ส.วรัญญา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ และ 4.นายตรัยรัธน์ ตรีรัตนพันธุ์ และปรับผู้กระทำผิด 9 ราย กรณีสร้างราคาหุ้นตัวนี้เช่นกันได้แก่ 1.นายแฉล้ม เสมสฤษดิ์ 2.นายพรหมกรรณ ศรีณรงค์ 3.นางกชพร สิงห์ทอง 4.นายชูเกียรติ สิงห์ทอง 5.นายปราบภณ สิงห์ทอง และผู้สนับสนุน ได้แก่ 6.นายประเศียร คงบุญ 7. น.ส.ศิริกร ทองสาหร่าย 8.นายสมชาย คงบุญ และ9. นายสมจิตร สะใบบาง รวมเป็นเงิน 447.26 ล้าน

อีกทั้งสั่งเปรียบเทียบปรับนายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์, นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล, นายพิทยา เจียรวิสิฐกุล และนายอธึก อัศวานันท์ผู้บริหารกลุ่มซีพีกรณีอาศัยข้อมูลภายในซื้อหุ้นบริษัท สยามแม็คโครเป็นเงินรวม 33.34 ล้านบาท และปรับนาย นายสมศักดิ์ เจียรวิสิฐกุล และ น.ส.อารียา อัศวานันท์ ผู้ให้การช่วยเหลือสนับสนุนด้วย

ล่าสุดปรับผู้กระทำผิด 4 ราย ได้แก่ นายสมพร สืบถวิลกุล, บริษัท ไทยศรีประกันภัย, นายนที พานิชชีวะ และนายกีรติ พานิชชีวะกรณีใช้ยข้อมูลภายขายหุ้น บริษัททิพยประกันภัย (TIP) เป็นค่าปรับรวม 8.62 ล้านบาท