วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับขึ้นต่อเล็กน้อย

ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้   :   ปรับขึ้นต่อเล็กน้อย

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดจะปรับขึ้นต่อเล็กน้อย โดยปัจจัยหลักยังมาจากการไหลเข้าของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยวานนี้ซื้อสุทธิอีก 4,195 ล้านบาท และค่าเงินบาทมีทิศทางที่แข็งค่าขึ้นต่อ อย่างไรก็ดี เช้านี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับตัวไร้ทิศทาง

แนวรับ/แนวต้าน : 1500/1520 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard

หุ้นแนะนำ

ASEFA (7.00) : เราแนะนำให้ทยอยซื้อสะสม เนื่องจาก ASEFA ได้รับผลบวกจากทิศทางของอุตสาหกรรมที่มีความต้องการไฟฟ้าโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราคาดกำไร 2Q59 ยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่องจากงานทั้งภาครัฐและเอกชน อีกทั้งยังมีการประมูลใหม่ๆเข้ามา นอกจากนี้ในช่วง 2H59 ยังเป็นช่วง high season ของธุรกิจ ทั้งนี้ปัจจุบัน ASEFA ซื้อขายที่ PEปี59 เพียง 11 เท่า และคาดอัตราปันผลที่ประมาณ 5%

SENA (4.20) : คาดกำไร 2Q59 จะทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์และมากกว่าตลาดคาด จากผลบวกจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ซึ่งทำให้การรับรู้การโอนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ในปี 59 SENA ยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีก 8 โครงการ ซึ่งจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานปี 60 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง

IVL (40.00) : ระยะสั้นเราคาดว่าแนวโน้มกำไร 2Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy ส่วนในระยะยาวภาพรวมของอุตสาหกรรม polyester เริ่มมีสัญญานที่สดใสขึ้น ในขณะที่ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนภาพดังกล่าว เราเชื่อว่านักววิเคราะห์เริ่มมีการปรับเพิ่มประมาณการและราคาเป้าหมายหลังงบไตรมาส 2/59 ประกาศ

THAI (31.75) : คาดผลประกอบการ 2Q59 ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์จากราคาน้ำมันในช่วงต้น 2Q59 ที่อยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ THAI ยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีน การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ "สมคิด" ชงมาตรการสินเชื่อ "ประชารัฐ" ปล่อยกู้ระดับฐานรากดอกเบี้ยต่ำ เร่งดันเศรษฐกิจฟื้นตัว ขณะ สศค.คงเป้าจีดีพี 3.3% อานิสงส์ท่องเที่ยว-เบิกจ่ายภาครัฐ คาดส่งออกติดลบ 1.9% ด้านอุตสาหกรรมเผยภาคผลิตยังไม่ฟื้น ดัชนีเอ็มพีไอต่ำคาดการณ์ ลุ้นครึ่งปีหลังลงทุนเอกชนฟื้น

+ อาคมเคาะสร้างไฮสปีดเทรน กทม.-โคราชมูลค่าเฉียด 1.8 แสนล้าน จ่อชง ครม.อนุมัติ ส.ค. ยันเป้าก่อสร้าง ก.ย. พร้อมแจงเตรียมปรับแนวตอน 2 ใหม่หลังพบดินอ่อน สไลด์ ด้านจีนเสนอเงินกู้ดอกเบี้ย 3.2%

+ พาณิชย์ชง ครม. จัดตั้ง "สถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม" ของบ 750 ล้านบาทดำเนินการช่วง 5 ปี หวังต่อยอดวิจัยและพัฒนา เพิ่มมูลค้าขาย 2 หมื่นล้าน นำร่อง "ข้าว" ก่อนขยายไปยังมันสำปะหลัง-ปาล์ม

+ ธนาคารออมสินเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 2 ส.ค.นี้ รวม 2 มาตรการ มาตรการแรก ปล่อยสินเชื่อให้ประชาชนในชุมชนเมือง เช่น พ่อค้า แม่ค้า มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่ต้องการเข้าถึงแหล่งทุนสูงสุดรายละไม่เกิน 2 แสนบาท ระยะเวลา 5 ปี ปีแรกไม่คิดดอกเบี้ย ปีที่ 2-4 จะคิดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันพฤหัสบดี หลังนักลงทุนผิดหวังกับรายงานผลประกอบการของบริษัทฟอร์ด ขณะที่การซื้อขายเป็นไปในช่วงแคบๆ หลังตลาดทะยานขึ้นอย่างมากในช่วงปลายเดือน มิ.ย.และต้นเดือน ก.ค. นอกจากนี้ ตลาดยังถูกถ่วงลงจากรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเกินคาดในสหรัฐสู่ 266,000 รายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 22 ก.ค. ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 15.82 จุดหรือ 0.09% สู่ 18,456.35

- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี หลังจากเพิ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบหนึ่งปีในวันพุธ โดยหุ้นธนาคารลอยด์ส, หุ้นบริษัทสมิธ แอนด์ เนฟิว และหุ้นบริษัทรอยัล ดัทช์ เชลล์ดิ่งลงหลังจากทางบริษัทเปิดเผยรายงานธุรกิจที่น่าผิดหวัง ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วงลง 29.37 จุด หรือ 0.44 % สู่ 6,721.06 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,718.90-6,762.72 โดยดัชนีเพิ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบหนึ่งปีที่ 6,780.05 ในวันพุธ

- ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลดลง ขณะที่ตลาดชะลอตัวหลังเยนแข็งค่าขึ้น และนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังในการซื้อขาย ขณะที่รอผลการประชุมนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ในวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลบ 187.98 จุดหรือ 1.13% สู่ระดับ 16,476.84

+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดดิ่งลงเกือบ 2 % ในวันพฤหัสบดี หลังจากราคารูดลงแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.ในระหว่างวัน และมีแนวโน้มว่าราคาน้ำมันดิบสหรัฐอาจจะปิดตลาดเดือน ก.ค.ด้วยการรูดลง 15 % จากเดือน มิ.ย. ซึ่งจะถือเป็นการดิ่งลงรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหนึ่งปี โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดโลก ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนก.ย.ดิ่งลง 78 เซนต์ หรือ 1.9 % มาปิดตลาดที่ 41.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 41.04-42.22 ดอลลาร์ โดยจุดต่ำสุดของวันพฤหัสบดีถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.