เทรนด์สินค้าลักชัวรีในเมืองไทยทั้งกลุ่มแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง แต่กลับขาดแคลน "บุคลากร" ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะท
วรรณพร โปษยานนท์ ผู้อำนวยการใหญ่ สถาบันมารังโกนีประจำประเทศไทย (Istituto Marangoni) หรือที่รู้จักกันในนาม ดวง โปษยานนท์ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ Rouge Rouge ทั้งยังสวมหมวกบรรณาธิการบริหารนิตยสาร Harper’s Bazaar Thailand สะท้อนความสำคัญของภารกิจเร่งด่วนของไทยที่ต้องเร่งเพิ่มทักษะความเชี่ยวชาญของบุคลากรในวงการแฟชั่น
จากข้อมูลของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและแฟชั่น ที่กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและแฟชั่น ปี 2559-2574 ระบุว่า ในปี 2564 ไทยจะเป็นศูนย์รวมการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ระดับโลก (Design and Development Solution for International Brands) ซึ่งหมายถึง "มีความพร้อม" ในด้านสาธารณูปโภคและบุคลลากร เพื่อให้ประเทศไทยมีความเหมาะสมในการเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ (Head Quater) และสำนักงานใหญ่ภูมิภาค (Regional Head Quater) ของบริษัทสิ่งทอและแฟชั่นระดับโลก
ในปี 2574 ไทย จะเป็นผู้นำวัฒนธรรมแฟชั่นและการออกแบบสิ่งทอของโลก (Global Fashion Culture Influencer) มีความเข้มแข็งของทุนวัฒนธรรมร่วมสมัย บูรณาการกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ผลักดันให้มีแบรนด์สิ่งทอและแฟชั่นไทยเป็นแบรนด์ระดับสากล (international brands) อย่างน้อย 20 แบรนด์ และเป็นแบรนด์ระดับโลกอย่างน้อย 1 แบรนด์ เพื่อขยายอิทธิพลทางวัฒนธรรมร่วมสมัยของไทยอย่างเป็นระบบไปยังตลาดโลก
"การขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโต ต่อยอดการบริหารจัดการ รวมถึงการสร้างสรรค์แบรนด์อย่างมีศักยภาพ ต้องเร่งขยายฐานองค์ความรู้ด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์"
วรรณพร ในฐานะศิษย์เก่ามารังโกนี ย้ำว่า สถาบันพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมออกแบบและดีไซน์มารังโกนี่ เป็นคำตอบที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของบุคลากรในอุตสาหกรรมออกแบบและแฟชั่น เป็นเส้นทางขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ข้างต้นเข้าใกล้ความจริง!!
8 ทศวรรษ ของ "มารังโกนี" สถาบันการศึกษาด้านแฟชั่นและดีไซน์ที่สามารถสร้างผลผลิตที่มีชื่อเสียงแก่วงการแฟชั่นระดับโลกมากมายไม่ว่าจะเป็น ฟรังโกมอชชีโน่ (Moschino) โดเมนิโกโดลเช่ (Dolce&Gabbana) อเล็กซานดรา ฟัคคีเน็ตติ (Alessandra Facchinetti) อดีตหัวหน้าทีมออกแบบเสื้อผ้าสตรีของห้องเสื้อTod’s
มารังโกนีมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเติบโตของธุรกิจแฟชั่นโลก!! ด้วยการสร้างบุคลากรหลากหลายสาขาที่ผ่านการขัดเกลาให้ได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริง เปรียบเสมือนเพชรน้ำงามประดับวงการ เช่นเดียวกับนักศึกษาไทยหลายรุ่นที่สำเร็จการศึกษาและกลายมาเป็นบุคลากรสำคัญในธุรกิจแฟชั่น
ความโดดเด่นของสถาบันมารังโกนีคือการสามารถดึงศักยภาพที่แท้จริงของนักศึกษาออกมาได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายหรือคอนเน็กชั่นกับแบรนด์ชื่อดังระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Givenchy, Lanvin, Chanel
ดังนั้น นักศึกษาของสถาบันมารังโกนี่จึงมีโอกาสได้ฝึกงานกับแบรนด์ชื่อดัง รวมถึงการได้พบกูรูตัวจริงในวงการแฟชั่นที่เข้ามาถ่ายทอดประสบการณ์การทำงาน และหากมีความสามารถมากพอก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมงาน (Back Stage) ของแบรนด์ชั้นนำในช่วง "แฟชั่นวีค" เป็นเวทีสำคัญให้ได้สัมผัสประสบการณ์ใหญ่ที่ส่งผลดีต่อการทำงานหรือธุรกิจในอนาคต
ที่ผ่านมานักศึกษาที่เข้าศึกษาที่สถาบันมารังโกนี สามารถเลือกสถานที่เข้าศึกษาได้ตามความชอบและความสนใจ ทั้ง มิลาน ปารีส ลอนดอน เซี่ยงไฮ้ ล่าสุด เตรียมเปิดบริการแคมปัสแห่งใหม่ เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี อย่างเป็นทางการ เดือน ต.ค. นี้ เน้นหลักสูตรแฟชั่น การออกแบบ และศิลปกรรม รองรับความต้องการของตลาด
โดยสาขาที่เปิดสอนเป็นแห่งแรกในฟลอเรนซ์และน่าเรียนมาก คือ Shoes Making เพราะฟลอเรนซ์โดดเด่นในด้านนี้ นอกจากนี้ยังมีสาขา Arts Management โดยจะ "ผลิตบุคลากรสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ" ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในโลกแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ รวมทั้งสาขา Accessories Design ที่ได้รับความสนใจและสร้างโอกาสในอนาคตสูงมาก
โปรแกรมหรือหลักสูตรของมารังโกนี มีทั้งคอร์สระยะสั้นและระยะยาว เฉพาะฟลอเรนซ์ มีคอร์สระยะสั้น 6 เดือน อาทิ Fashion and Luxury Brand Management Intensive เหมาะสำหรับผู้ที่สำเร็จสาขาอื่นแล้วต้องการประสบการณ์เพิ่มด้านนี้เพื่อพัฒนาตัวเอง
เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แคมปัส ปารีส ครบรอบ 10 ปี ได้จัดกิจกรรมต่อเนื่องถึงปลายปี เช่น การเชิญบุคคลที่ประสบความสำเร็จในวงการแฟชั่นมาถ่ายทอดประสบการณ์ และทำ "แฟชั่น เวิร์กช็อป" ได้แก่ บรูโน่ ฟริโซนี่ ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ แบรนด์ Roger Vivier รวมถึง บรรณาธิการบริหารของ Vogue Homme นักศึกษาปารีสยังมีโอกาสฝึกงานกับแบรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงอย่าง Valmont อีกด้วย









