วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แรงเก็งกำไรดันหุ้นวอลุ่ม‘เพซ’

แรงเก็งกำไรดันราคาหุ้นเพซพุ่ง ก่อนสรุปราคาขายเพิ่มทุนพีพี 22ก.ค.นี้ ที่ปรึกษาการเงินเผยสถาบันนอกซื้อหุ้น 90%ของจำนวนจัดสรร

บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) PACE ประกาศเพิ่มทุน 816.35 ล้านหุ้น แบ่งเป็นการจัดสรรจำนวน 176.35 ล้านหุ้น ให้กับผู้ถือหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง 2 ราย ที่ราคา 3 บาท และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 640 ล้านหุ้น โดยเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม 320 ล้านหุ้น และเสนอขายให้กับนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง 320 ล้านหุ้น

การเคลื่อนไหวราคาหุ้นเพซในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนสรุปราคาเพิ่มทุนพบว่ามีแรงเก็งกำไรเข้ามาในหุ้นส่งผลให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อเนื่องล่าสุดปิดที่ราคา 3.28 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า โดยเฉพาะปริมาณการซื้อขายหุ้นเพิ่มขึ้น จากระดับ 10 ล้านหุ้นเป็น 50 ล้านหุ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากแรงเก็งกำไรราคาเพิ่มทุนครั้งนี้ 

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บล.ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินในการทำรายการเพิ่มทุนในครั้งนี้ เปิดเผยว่า การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง 320 ล้านหุ้น ได้ตกลงกันในเบื้องต้นแล้ว เพียงแต่ต้องรอให้คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการจัดสรร รวมทั้งราคาเสนอขายอย่างเป็นทางการในวันนี้ (22 ก.ค.)

โดยการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ส่วนมากจัดสรรให้กับนักลงทุนสถาบันราว 90% ซึ่งส่วนมากเป็นนักลงทุนสถาบันต่างชาติ ซึ่งต้องการถือลงทุนในระยะยาว โดยภายหลังจากที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติอย่างเป็นทางการแล้วจะมีการเปิดเผยรายชื่อนักลงทุนสถาบันเหล่านี้อีกครั้งหนึ่ง

“สาเหตุที่กองทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนกับเพซในครั้งนี้ เนื่องจากเขามองว่าผลประกอบการของบริษัทจะเริ่มมีกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มมีกำไรตั้งแต่ปีนี้ เทียบกับปีก่อนที่ยังขาดทุนกว่า 1,000 ล้านบาท และกองทุนหลายรายมองว่ากำไรที่บริษัทจะทำได้นั้นน่าจะมากกว่าที่นักวิเคราะห์หลายรายประมาณการไว้ เพราะโครงการใหญ่ 3 โครงการเร่งโอนได้เร็วกว่าคาด อีกทั้งการรับรู้กำไรจากดีน แอนด์ เดลูก้า ซึ่งจะสามารถขยายสาขาได้อีกมาก จากปัจจุบันที่มีอยู่เพียงกว่า 50 สาขา”

การที่บริษัทเพซ มุ่งขยายธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนที่มั่นคงเพิ่มเติมจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และโอกาสอย่างหนึ่งคือ การที่บริษัทพยายามสร้างการเติบโตให้กับ ดีน แอนด์ เดลูก้า และน่าจะสามารถผลักดันจนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ หากเป็นเช่นนั้น เชื่อว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด น่าจะไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ เพราะฉะนั้นมาร์เก็ตแคปของเพซก็ไม่ควรจะต่ำกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์