วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซัมมิทลุ้นเศรษฐกิจฟื้นดันเช่าซื้อเติบโต20%

ซัมมิท แคปปิตอล เผยสินเชื่อคงค้างครึ่งปีแรกโต 6.7% มั่นใจครึ่งหลังเศรษฐกิจฟื้น หนุนตลาดรถมอเตอร์ไซค์โต 3% เอื้อสินเชื่อคงค้างโตตามเป้า20%

นายวิชิต พยุหนาวีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา บริษัท มียอดสินเชื่อคงค้างเติบโต 6.7% และเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่แตะ 1,800 ล้านบาท จากสภาวะตลาดรถจักรยานยนต์ที่ขยายตัว 3% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับครึ่งแรกของปีก่อน บริษัทมียอดหนี้คงค้างในส่วนเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 15% หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 600 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายสูงขึ้น 88% และมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 23%

ส่่วนแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง มั่นใจว่า สถานการณ์เศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย โดยมีการท่องเที่ยว และการลงทุนภาครัฐเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญช่วยกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภค ทำให้เชื่อว่ามีโอกาสที่ตลาดรถจักรยานยนต์ปีนี้จะขยายตัวได้ 3% ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ในส่วนของบริษัทคาดว่าผลประกอบการปีนี้ว่าน่าจะเติบโตตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ประมาณ 20% หรือสามารถปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ได้ 5 พันล้านบาท

นายวิชิต กล่าวอีกว่า สำหรับกลยุทธ์ในช่วงที่เหลือของปีบริษัทยังเดินหน้า ขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มขึ้นโดยมีเป้าหมายให้ครอบคลุม 59 จังหวัดภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันที่มี 46 จังหวัดทั่วประเทศ และจะเพิ่มเป็น 65 จังหวัดภายในปี 2560 ขณะเดียวกันจะเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการรายใหม่โดยเฉพาะภาคใต้และภาคเหนือพัฒนาระบบการอนุมัติสินเชื่ออย่างต่อเนื่องให้มีความรวดเร็ว โดยในขณะนี้บริษัทสามารถอนุมัติสินเชื่อเช่าซื้อภายใน30นาทีได้กว่า87% ของลูกค้าที่สมัครสินเชื่อทั้งหมด

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการงพัฒนาบุคลากรและเพิ่มจำนวนบุคลากรในท้องถิ่น โดยครึ่งแรกของปีรับพนักงานเพิ่มขึ้น158 คน

ในส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปัจจุบันมี1.08% ถือว่าทำได้ดีกว่าเกณฑ์ที่คาดการณ์ไว้ โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะควบคุมเอ็นพีแอลให้อยู่ในระดับ1.2%        

ทั้งนี้จำนวนรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนในครึ่งปี 2559 อยู่ที่ 910,020 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2558 ที่มี 904,278 คัน โดยภาคกลางและภาคตะวันออก ยังคงมีสัดส่วนการจดทะเบียนอยู่ในอันดับต้นๆ ขณะที่ลูกค้าของบริษัทกว่า 50% ยังคงอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 42% อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง ส่วนที่เหลืออีก 8% คือ ภาคตะวันตก ภาคใต้ และภาคเหนือ