วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KTC - ขาย

กำไรไตรมาส 2/59 ตามคาด

กำไรไตรมาส 2/59 เป็นไปตามคาด

KTC รายงานกำไรไตรมาส 2/59 อยู่ที่ 580 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% YoY แต่ลดลง 9 % QoQ กำไรก่อนการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 12% YoY และ 6% QoQ อยู่ที่ 1.63 พันล้านบาท โดยกำไรครึ่งแรกของปี 2559 เพิ่มขึ้น 17% YoY อยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 56.5% จากประมาณการผลกำไรปี 2559 ที่ 2.2 พันล้านบาท

ประเด็นหลักการลงทุน

สินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้น 3.6% QoQ และ 12.0% YoY อยู่ที่ 6.1 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 2559 จาก 5.9 หมื่นล้านบาท ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของ KTC เพิ่มขึ้นที่ 119 bps YoY และ 24 bps QoQที่ 23.2% ในไตรมาส 2/59 หนุนโดยการเติบโตของสินเชื่อ YoY และการจัดการต้นกองทุนที่มีประสิทธิภาพ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 19% YoY และ 3% QoQ อยู่ที่ 1.71 พันล้านบาท KTC ตั้งค่าตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ ที่ 905 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 4% YoY และ 23% QoQ สำหรับไตรมาสที่ 2/59 ซึ่งสูงกว่าที่เราคาด 100 ล้านบาท ในไตรมาส 2/59 อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดร้ายต่อสินเชื่อ ลดลงเล็กน้อยที่ 1.9% ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 2559 จาก 2.0% ณ สิ้นเดือน มี.ค 2559 อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 440% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 424% จากไตรมาสที่แล้ว

แนวโน้ม

อีกครั้งที่เรามีมุมมองเชิงบวกกับ KTC โดยตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/59 เป็นต้นไปหลังจากที่บริษัทคงการดูแลคุณภาพสินทรัพย์เป็นอย่างดี แม้ว่าจะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอในครึ่งแรกของปี 2559 เราคาดว่า ไตรมาสที่ 3/59 กำไรจะเพิ่มขึ้น YoY จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อและการปรับตัวสูงขึ้นของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามกำไรไตรมาส 3/59 อาจจะลดลง QoQ เนื่องจากจากค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มมาก

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

เรายังคงคาดว่ากำไรปี 2559 จะอยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท

คำแนะนำ

เรามองว่ากำไรของ KTC จะมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปัจจัยดังนี้ 1) การเติบโตของสินเชื่อที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ (เทียบกับการใช้จ่ายก็ลูกค้าที่ฟื้นตัวขึ้นในครึ่งหลังของปี 2559 และการขยายกิจการโดยการเข้าซื้อกิจการสำหรับการปล่อยสินเชื่อรายบุคคล) 2.) การตั้งสำรองสุทธิค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ต่ำกว่าคาดกอปกับอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ค่อนข้างสูงในไตรมาส 2/59 ที่ 440% อย่างไรก็ตามบริษัทวางแผนที่จะใช้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการในครึ่งหลังของปี 2559 เพื่อการเติบโตของสินเชื่อ นั่นทำให้เรายังคงเป้ากำไรของบริษัทในปี 2559 ปัจจุบัน KTC ซื้อขาย PER 2559 อยู่ที่ 14 เท่าเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 12.9 เท่า เราจึงปรับลดคำแนะนำของ KTC จากซื้อเพื่อเก็งกำไรเป็น “ขาย” โดยอาทิตย์หน้าเราจะไปประชุมนักวิเคราะห์กับทางบริษัทก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงคำแนะนำ