แบงก์กรุงศรีฯ โชว์กำไรครึ่งแรกปีนี้กว่า 1 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้นกว่า 20% เฉพาะไตรมาส 2 ปีนี้ มีกำไรสุทธิ 5.3 พันล้าน
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบริษัทในเครือในเครือมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) รายงานผลกำไรสุทธิสำหรับครึ่งปีแรกของปี2559 ว่า ธนาคาร มีกำไรสุทธิ 10.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 20.1% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 สะท้อนอัตราการขยายตัวสินเชื่อที่น่าพอใจ และครอบคลุมในทุกกลุ่มธุรกิจที่ 4.2%
สำหรับผลการดำเนินงานเฉพาะไตรมาส 2 ปีนี้ กรุงศรีมีกำไรสุทธิ 5.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.2% จากไตรมาส 2 ปี 2558 และเพิ่มขึ้น 2.3% จากไตรมาส 1 ปี 2559
การเติบโตของเงินให้สินเชื่อ เพิ่มสูงขึ้น 4.2% หรือเพิ่มขึ้น 54.9 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธ.ค.2558 ส่วนเงินฝากเพิ่มขึ้น 1.5% หรือเพิ่มขึ้น 15.8 พันล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10.4 พันล้านบาทเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งที่ 20.1% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2558
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 3.78% สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2559 ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 11.0% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2558 ด้านอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ อยู่ที่ 46.1%ปรับตัวดีขึ้นจาก 46.7% ในครึ่งปีแรกของปี 2558
ทั้งนี้ สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 2.2% นับเป็นระดับต่ำสุดหลังวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย ส่วนอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 146.4% และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 13.8% เมื่อเทียบกับ13.6%ณ สิ้นเดือนธ.ค.2558
สำหรับช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ สินเชื่อเพิ่มสูงขึ้น 4.2% โดยมียอดรวมอยู่ที่ 1.36 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.9 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับณ สิ้นเดือนธ.ค.2558 ทั้งนี้สินเชื่อเพื่อรายย่อยเพิ่มสูงขึ้น 5.5% จากความต้องการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ขณะที่สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อ เพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพิ่มขึ้น 3.5% และ 2.5%ตามลำดับ
เงินรับฝาก 1.06 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8 พันล้านบาท หรือ 1.5% จากเดือนธ.ค.2558 การเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากส่วนใหญ่เป็นผลจากเงินรับฝากออมทรัพย์ และผลิตภัณฑ์เงินฝากออมทรัพย์ “กรุงศรีมีแต่ได้” ทั้งนี้ สัดส่วนของเงินรับฝากประเภทออมทรัพย์และจ่ายเงินคืนเมื่อทวงถามต่อสัดส่วนเงินรับฝากทั้งหมด เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 53.9% ณ สิ้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิครึ่งปีแรกอยู่ที่ 3.78%
อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 2.2%นับเป็นระดับต่ำที่สุดหลังวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 146.4% จากการขยายตัวของพอร์ตเงินให้สินเชื่อด้วยความรอบคอบระมัดระวัง
นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจของประเทศโดยรวมจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้ความสำเร็จด้านการขยายตัวของสินทรัพย์ และผลการดำเนินงานที่น่าพอใจของกรุงศรี สะท้อนศักยภาพและขีดความสามารถการแข่งขัน โดยเงินให้สินเชื่อเติบโตสูงถึง 4.2% ครอบคลุมในทุกกลุ่มธุรกิจ ส่งผลให้ธนาคารมีโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อที่สมดุล ด้วยสัดส่วนสินเชื่อเพื่อธุรกิจที่ 57% และสินเชื่อเพื่อรายย่อยที่ 43%
“สำหรับช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ธนาคารคาดว่า เศรษฐกิจยังคงขับเคลื่อนสู่การเติบโตต่อเนื่อง จากภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตแข็งแกร่ง การเร่งเบิกจ่ายของภาครัฐและการลงทุน ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ กอปรกับการฟื้นตัวของภาคเกษตร ทั้งนี้ภายใต้สมมติฐานดังกล่าว กรุงศรีจึงยังคงเป้าการเติบโตของสินเชื่อทั้งปีนี้ที่5-6%”
ณ วันที่ 30 มิ.ย.2559 ธนาคารมีสินเชื่อรวม 1.36 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.06 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 1.78 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารยังคงแข็งแกร่งอยู่ที่ 174.6 พันล้านบาท หรือเทียบเท่า13.8% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่1 ที่เป็นของเจ้าของคิดเป็น 12.1%








