วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์ธนชาตกำไรไตรมาส2ปีนี้เพิ่มขึ้น11%-เอ็นพีแอลลด

แบงก์ธนชาต โชว์กำไรไตรมาส 2 ปีนี้กว่า 3 พันล้าน หรือเพิ่มขึ้น 11.04% เอ็นพีแอลปรับลดลง

ธนาคารธนชาต หรือ TBANK ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2559 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 6 โดยไตรมาสนี้มีกำไรสุทธิ 3,158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.04% จากไตรมาสก่อน Credit Cost ลดลงมาอยูที่ 0.66% แสดงให้เห็นว่า คุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ในระดับที่ดีมาก

นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร ธนชาต เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 ปีนี้ธนาคารมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 6 โดยไตรมาสนี้ธนาคาร และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 3,158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.04% จากไตรมาสก่อน เป็นผลมาจากการรักษาความแข็งแกร่งของคุณภาพสินทรัพย์ ทำให้ค่าใช้จ่ายหนี้สูญ และหนี้สงสัยจะสูญลดลงอย่างมีนัย ประกอบกับการบริหารต้นทุนเงินฝากอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปีนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 6,002 ล้านบาท เติบโตขึ้น 14.14% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน 

นอกจากนี้ Credit Cost ยังลดลงมาอยูที่ 0.66% แสดงให้เห็นว่า คุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ในระดับที่ดีมาก ส่งผลให้กำไรเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ยอดสินเชื่อคงค้างจะปรับลดลงจากการชำระคืนของสินเชื่อที่ยังสูง แต่ยอดสินเชื่อปล่อยใหม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 7.42% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน พร้อมทั้งมีคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีอีกด้วย และจากความสำเร็จในการบริหารสินเชื่อด้อยคุณภาพดังกล่าว 

ส่งผลให้ในงบการเงินรวมของธนาคารและบริษัทย่อยมี NPL Ratio ลดลงจากสิ้นปีก่อนมาอยู่ที่ 2.59% และในงบการเงินเฉพาะของธนาคารมี NPL Ratio คงเหลืออยู่ที่ 1.99% 

ด้าน Coverage Ratio ในงบการเงินรวมของธนาคารและบริษัทย่อยปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 129.01% ส่วนงบการเงินเฉพาะของธนาคารมี Coverage Ratio เติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 139.24% ขณะที่อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญปรับตัวดีขึ้น ตามผลการดำเนินงานของธนาคารและบริษัทย่อยที่ออกมาดี รวมไปถึงความเข้มแข็งของเงินกองทุนอยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมที่ 18.84%

นายสมเจตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ เพื่อรองรับการเป็น Digital Banking ธนาคารได้เปิดตัว Mobile Banking ผ่านช่องทางโมบายแอพพลิเคชั่นภายใต้ชื่อ Thanachart Connect ไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจากการเป็นแอปพลิเคชั่นที่โดดเด่นใช้งานง่าย จะส่งผลให้ฐานลูกค้าของธนาคารมีขนาดเพิ่มขึ้น และในเฟสถัดไปนั้น ธนาคารจะยกระดับการบริการด้วยการพัฒนาแอปพลิเคชั่นให้สามารถตอบโจทย์ทางการเงินให้แก่ลูกค้า (Financial Solution) โดยต่อยอดไปถึงการทำธุรกรรมด้านการซื้อขายกองทุนรวมและหลักทรัพย์ รวมไปถึงการสมัครขอสินเชื่อ