ราคาอ่อนตัวเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ
ประเด็นการลงทุน
เรามองว่าตลาดกังวลและให้ความสนใจกับยอดขายสาขาเดิมมากเกินไป โดยราคาหุ้น ROBINS ปรับตัวลดลง 6% ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมาหลังจากที่มีข้อมูลว่าอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมไตรมาส2/59 จะน้อยกว่าที่คาดไว้เดิม อย่างไรก็ตามเราคาดกำไรไตรมาส 2/59 ยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มขยายตัวมากกว่าที่ตลาดคาด และน่าจะมีผลกระทบต่อกำไรมากกว่า ดังนั้นเราเชื่อว่าการที่ราคาหุ้นปรับลดลงซึ่งส่งผลให้ PER ปี 2559 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 27 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 31.6 เท่า เป็นโอกาสดีที่จะเข้าซื้อเพิ่ม
เราไม่กังวลต่อยอดขายสาขาเดิมที่ไม่ขยายตัวในไตรมาสนี้
ดูเหมือนว่าอัตรายอดขายสาขาเดิมของ ROBINS ไตรมาส 2/59 น่าจะไม่ขยายตัว ซึ่งต่ำกว่าที่เราประเมินไว้ก่อนหน้านี้ที่ว่าจะขยายตัวได้ 2.3% โดยยอดขายสาขาเดิมที่ไม่เติบโตในไตรมาสนี้มีสาเหตุหลักมาจาก 1) ฐานที่สูงจากการ clearance sales ในช่วง 21 พ.ค. – 5 ก.ค. 2558 ที่โรบินสันศรีราชาก่อนจะปิดปรับปรุง ซึ่งปัจจัยนี้ส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมประมาณ 2% และ 2) ฝนที่ตกหนักในเดือน มิ.ย. 2559 เมื่อเทียบกับสภาพอากาศที่แห้งแล้งในเดือน มิ.ย. 2558 เนื่องจากปรากฎการณ์เอลนิลโญ่ อย่างไรก็ตามเรามองว่าอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่ชะลอตัวเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นและน่าจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3/59 เนื่องจากไม่มีผลกระทบจากการ clearance sales และผลกระทบที่ลดลงจากสภาพอากาศที่ไม่ต่างกันมากนัก
การขยายตัวอัตรากำไรอย่างน่าประทับใจได้ชดเชยยอดขายสาขาเดิมที่อ่อนตัว
แม้ยอดขายสาขาเดิมน้อยกว่าคาด เราเชื่อว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะขยายตัวได้ดีกว่าตลาดคาดการณ์ โดยการลดราคาเคลียร์สต๊อกที่สาขาศรีราชาเมื่อปีที่ แม้จะทำให้เกิดฐานที่สูงสำหรับยอดขาย แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นมีฐานที่ค่อนข้างต่ำ นอกจากนั้นกลยุทธ์สินค้าใหม่น่าจะช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวขึ้นอย่างมีนัยยะในช่วงไตรมาสนี้ เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะขยายตัว 62 bps YoY และทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 25.2% ในไตรมาส 2/59
ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2/59 จะเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น
ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/59 น่าจะช่วยยืนยันว่ายุคการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ ROBINS จะยังคงดำเนินต่อไป เราคาดว่ากำไรในไตรมาส 2/59 จะเพิ่มสูงขึ้น 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 583 ล้านบาท จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นในทุกหน่วยธุรกิจ (ทั้งห้างสรรพสินค้า, ช้อปปิ้งมอลล์, Super Sports และ Power Buy) โดยการเติบโตของห้างสรรพสินค้านั้นเนื่องมาจากการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้นดังที่กล่าวมาก่อนหน้า ในขณะที่รายได้ค่าเช่าเติบโตจากการเปิด Lifestyle malls เพิ่มขึ้นอีก 3 แห่งในครึ่งหลังของปี 2558 ด้าน Super Sports ได้อานิสงค์จาก UEFA EURO 2016 และการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์สำหรับอุปกรณ์และเครื่องแต่งกายด้านกีฬา ในขณะที่ Power Buy คาดว่าจะเติบโตขึ้นจากฐานที่ต่ำ









