วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดข้อมูล! 'บุญทรง' โดนเช็คบิล 'ข้าวจีทูจี' น้อยสุด

เผย "ประยุทธ์" เซ็นร่วม "รมว.พาณิชย์" เรียกค่าเสียหาย "ข้าวจีทูจี" แย้ม "บุญทรง" โดนน้อยสุด ส่วน "ยิ่งลักษณ์" อยู่ระหว่างดำเนินการ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเรียกค่าชดใช้ในกรณีการขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 6 คนว่า การลงนามในหนังสือบังคับทางปกครองคณะกรรมการกฤษฎีกาแนะนำว่านายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ควรจะลงนามทั้งคู่ แม้สามารถลงนามคนเดียวได้ก็ตาม ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการที่นายกฯจะไม่ลงนามเพราะเกรงการถูกฟ้องกลับนั้นยืนยันว่าไม่จริง ไม่ได้กลัวเลย เนื่องจากตามข้อกฎหมายเขียนไว้ว่าเมื่อตั้งคณะกรรมการสอบต้องให้รัฐมนตรีในกระทรวงที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดลงนาม กรณีนายบุญทรงคือกระทรวงพาณิชย์ แต่นายกฯต้องลงนามด้วย เพราะยังมีการเขียนไว้ด้วยว่ากรณีผู้ถูกกล่าวหาเป็นรัฐมนตรีให้นายกฯตั้งคณะกรรมการสอบ กรณีนี้จึงต้องลงนามทั้งคู่

นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนก่อนออกคำสั่งทางปกครองกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานนั้น กำหนดให้สามารถอุทธรณ์คำสั่งได้ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นอดีตข้าราชการ สามารถอุทธรณ์คำสั่งกับรมว.พาณิชย์ได้ แต่ถ้าผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นอดีตรัฐมนตรีจะไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์กับรมว.พาณิชย์ จึงกำหนดให้ไปฟ้องร้องเพิกถอนคำสั่งที่ศาลปกครองแทน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้นายกฯได้มีการลงนามคำสั่งทางปกครองเพื่อเรียกค่าเสียหายนายบุญทรงกับพวกแล้วหรือยัง นายวิษณุ กล่าวว่า เข้าใจว่าลงนามแล้ว แต่ถ้าข่าวยังไม่มีแสดงว่ายังไม่ได้แจ้งไปยังผู้ถูกเรียกค่าเสียหาย เพราะถ้าแจ้งไปแล้วคงมีข่าวออกมา เขาจะได้รู้ว่าจะอุทธรณ์หรือไปที่ศาลปกครองเลย

เมื่อถามว่า กรณีที่กระทรวงพาณิชย์เรียกค่าเสียหาย 2 หมื่นล้านบาท ผู้ถูกกล่าวหาจำเป็นต้องเฉลี่ยค่าเสียหายกันใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะมีการกำหนดแล้วว่าแต่ละคนต้องจ่ายค่าเสียหายเท่าไร อย่างนายบุญทรงเท่าที่ทราบเหมือนว่าจะเสียน้อยที่สุด ซึ่งคณะกรรมการมีวิธีคำนวณอยู่ ไม่ใช่มั่วๆ ตัวเลขกลมๆแล้วหารกัน

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เสร็จ อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการความรับผิดทางแพ่งที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน โดยอายุความของน.ส.ยิ่งลักษณ์มีถึงเดือนก.พ.60 ซึ่งตามขั้นตอนแล้วหากมีคำสั่งทางปกครองมา นายกฯและรมว.คลัง จะเป็นผู้ลงนาม แล้วไปว่ากันที่ศาลปกครองเลย แต่ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ยื่นขอเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง ก็สามารถยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ภายในอายุความ 10 ปี ตามอำนาจพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 แต่เมื่อถึงขั้นตอนการยึดทรัพย์อาจมีคนค้านจึงต้องร้องต่อศาล เพราะต้องมีคนเถียงว่าทรัพย์สินนั้นๆ ไม่ใช่ของเจ้าตัว อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินที่มีการถ่ายเทก็สามารถตามยึดได้เอาจนได้ อาจจะไม่ครบ ซึ่งมีเยอะที่ชนะคดีแล้วตามยึดไม่ได้

“ถ้ามีคนค้านว่าทรัพย์สินไม่ใช่ของเจ้าตัวมันจะยุ่งกันหน่อย อย่างเงินในบัญชีธนาคารก็รู้เป็นชื่อใคร ที่ดิน คอนโดฯ ก็รู้ว่าเป็นของใคร แต่ของบางอย่าง อย่างแก้ว แหวน เงิน ทอง อาจจะไม่รู้ เพราะเป็นทรัพย์ไม่มีทะเบียน การไปยึดอาจมีคนบอกไม่จริง ไม่ใช่เป็นของเขา หรือคู่อาจจะบอกว่าเป็นสินสมรส เขาเป็นเจ้าของครึ่งหนึ่ง มันจะมีแบบนี้เกิดขึ้น” นายวิษณุ กล่าว