"สคร."เผยแผนบริหารบริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจ ชี้ยุบกิจการแล้ว 12 แห่ง อยู่ระหว่าง"ยุบ-ถอนลงทุน" 30 แห่ง เหตุขาดทุน-ไม่จำเป็นต้องมี
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ ซูเปอร์บอร์ดครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา สคร.ได้รายงานความคืบหน้าตามมติคนร.เมื่อเดือนม.ค.2559 เรื่องการบริหารจัดการบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจ เฉพาะกิจการที่รัฐวิสาหกิจถือหุ้นในสัดส่วนตั้งแต่ 25%ขึ้นไป ซึ่งมีอยู่ 158แห่ง โดยได้มีการยุบเลิกบริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจไปแล้ว 12 บริษัท และอยู่ระหว่างยุบเลิกและถอนการลงทุนอีก 30 บริษัท
รายงานข่าวจากสคร.แจ้งว่า ตามมติคนร.เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2559 ได้มอบหมายให้สคร.ไปทบทวนสถานะของบริษัทในเครือว่าแต่ละแห่งมีผลการดำเนินงานอย่างไร สอดคล้องกับภารกิจ และวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งหรือไม่ หากไม่สอดคล้องจะต้องมีการยุบเลิก หรือแก้ไขปัญหาอย่างไรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการดำเนินงานของทั้งตัวบริษัทลูกและรัฐวิสาหกิจ เพราะที่ผ่านมามีปัญหาว่ารัฐวิสาหกิจมีการตั้งบริษัทลูกขึ้นมาจำนวนมาก ทั้งในและต่างประเทศ บางแห่งตั้งขึ้นมาแล้วไม่ได้ทำอะไร บางแห่งมีผลดำเนินงานขาดทุนต่อเนื่อง
โดยสคร.ได้ดำเนินการแบ่งบริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจออกเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่มีความจำเป็นในการคงอยู่และมีผลกำไร ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ต้องมีการจัดทำแผนแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด มีอยู่ทั้งหมด 81 บริษัท 2.กลุ่มที่มีความจำเป็นในการคงอยู่แต่มีผลขาดทุน มีทั้งหมด 29 แห่ง ทุกแห่งได้จัดส่งแผนแก้ไขปัญหามาแล้ว
3.กลุ่มที่ไม่ได้มีความจำเป็นในการคงอยู่ และมีผลกำไร จำนวน 7 บริษัท ในกลุ่มนี้ได้ยุบเลิกเสร็จแล้ว 2 บริษัทนอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการถอนการลงทุนอีก 3 แห่ง
กลุ่มที่4 เป็นกลุ่มที่มิได้มีความจำเป็นในการคงอยู่และมีผลขาดทุน มีทั้งหมด 37 แห่ง โดยได้ยุบเลิกแล้วเสร็จจำนวน 10 บริษัท และอยู่ระหว่างการยุบเลิกหรือถอนการลงทุนอีกจำนวน 27 แห่ง
ส่วนกลุ่มที่ 5 นั้น เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นตามวัตถุประสงค์เฉพาะ มีทั้งหมด 4 แห่ง โดย 3 แห่งมีผลการดำเนินงานมีกำไร จึงไม่ต้องจัดทำแผนแก้ไขปัญหา แต่มี 1 แห่งที่มีผลการดำเนินงานขาดทุน









