วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอกชนชง 'วิษณุ' แก้ก.ม.เอื้อลงทุน

ภาคเอกชนหวัง "ประชารัฐ" ดันขีดความสามารถแข่งขันเพิ่มขึ้น เตรียมเสนอแก้กฎหมายครั้งใหญ่ เน้นแก้อุปสรรคการลงทุน มั่นใจเห็นผลใน 2-3 ปี

ในการสัมมนา “Thailand Competitiveness Conference 2016” ภาคเอกชนเตรียมเสนอแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคการลงทุนครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานคณะกรรมการสานพลังประชารัฐภาคเอกชน กล่าวว่านโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)กับคณะทำงานประชารัฐ จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่สำคัญในอนาคต ซึ่งแม้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มีรัฐบาลอื่นจะเข้าบริหารประเทศ ภาคเอกชนก็ยังคงจะขับเคลื่อนโครงการประชารัฐต่อไป

"มั่นใจว่าจะเห็นผลทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจนได้ในอีก2-3ปีข้างหน้า”นายอิสระ กล่าว

นอกจากนี้ คณะกรรมการประชารัฐ เตรียมเสนอนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แก้ปัญหาที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ 5 ข้อ ได้แก่1.แก้ปัญหากฎหมายด้านศุลกากร เช่น ปรับปรุงกฎระเบียบการนำเข้าส่งออกสินค้าผ่านแดน 2.เรื่องการออกใบอนุญาตของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ล่าช้า 3.แก้ปัญหาผังเมืองแต่ละจังหวัด ผ่อนปรนในการขยายพื้นภาคอุตสาหกรรม 4.แก้ไขกฎหมายใบอนุญาตทำงาน และการประกอบกิจการต่างๆ เปิดโอกาสให้ต่างชาติที่เป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาลงทุนทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น และ5.การแก้ไขกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ

“เทวินทร์”ชี้เป้าหมายยังไม่ชัด

ด้านนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด มหาชน กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ไทยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนแผนงานต่างๆในรูปแบบประชารัฐ แต่ยังขาดการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น ไทยควรกำหนดเป้าหมายประเทศใน3-5ปี จะขยับอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันขึ้นไปอยู่ในอันดับใด เพื่อจะนำไปสู่การกำหนดแผนงานได้ชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานของไทยที่ได้อันดับต่ำ ควรจะต้องเร่งผลักดันการพัฒนาต่อไป

อย่างไรก็ตาม นโยบายส่งเสริมใน10อุตสาหกรรมเป้าหมาย จะทำให้การเติบโตของจีดีพีไทย ขยายตัวได้เร็วเหมือนในอดีต เพราะเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ของไทย

ทั้งนี้ ควรจะต้องเร่งแก้กฎหมายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไทยมีกฎหมายกว่า1หมื่นฉบับ และประกาศกฎกระทรวงอีกเป็นแสนฉบับ ที่สะสมต่อเนื่องมา 100 ปี ดังนั้นจึงต้องพิจารณากฎหมายต่างๆเหล่านี้ให้ทันต่อยุคสมัย ให้ลดลงน้อยที่สุด เพื่อให้การทำงานขั้นตอนการขออนุญาตต่างๆมีความรวดเร็ว ซึ่งหากแก้ไขในจุดนี้ได้ ก็จะทำให้อันดับศักยภาพการแข่งขันเพิ่มขึ้น

สศช.ดันแผนฯ12เพิ่มรายได้

ด้านนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) กล่าวว่า ไทยไม่สามารถนำข้อได้เปรียบเดิมๆ เช่น ค่าแรงและวัตถุดิบราคาถูก มาเป็นเครื่องมือในการแข่งขันได้อีกต่อไป เพราะกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จึงจำเป็นต้องสร้างเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ทั้งการเดินหน้า 10 คลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย การพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น การเชื่อมโยงระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการนำนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

หากดำเนินการได้ตามแนวทางดังกล่าว อันดับการแข่งขันของไทยก็จะปรับตัวดีขึ้นอีก หลังจากปีนี้ได้รับการปรับขึ้นแล้วถึง 2 อันดับ มาอยู่ที่ 28 จาก 61 ประเทศทั่วโลก

ขณะนี้ สศช. อยู่ระหว่างจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งจะเน้นการเตรียมความพร้อมรับมือสังคมผู้สูงอายุ พร้อมสร้างสมดุลในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

สศช. เคยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับปัจจุบัน จะขยายตัวได้ 4-5%แต่กลับขยายตัวได้จริงเพียง 3% ดังนั้น สศช.จึงได้ตั้งเป้าหมายในแผนพัฒนาฯฉบับที่12ต้องเร่งเพิ่มอัตราการขยายตัวของจีดีพี ให้ได้ 4% ต่อเนื่องในอีก 20 ปี เพื่อให้เศรษฐกิจไทยโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยยกระดับรายได้คนไทยเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ1.2หมื่นดอลลาร์ต่อคนต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 6 พันดอลลาร์ต่อคนต่อปี

อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถผลักดันอัตราการเติบโตของ จีดีพีได้ตามเป้าหมาย ก็จะทำให้รายได้ของรัฐปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ตั้งเป้าลดความเหลื่อมล้ำ

ทั้งนี้ ในแผน12ยังมีเป้าหมายชัดเจนในการลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ ที่ไทยติดในกลุ่มที่มีความเหลื่อมล้ำสูงมาก มีดัชนีที่ 0.46 จะผลักดันให้ขยับมาอยู่ที่ 0.42-0.40 ในขณะที่ประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำทางรายได้ต่ำจะมีดัชนีอยู่ที่0.35 ซึ่งการที่ไทยจะขยับไปสู่จุดนี้เป็นเรื่องยากที่ต้องใช้เวลาอีกพอสมควร

ส่วนกรณีที่บริษัทเอกชนหลายแห่งปรับลดพนักงานในช่วงที่ผ่านมา มองว่าเป็นวงรอบที่เกิดขึ้นปกติตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ก็สะท้อนว่ารูปแบบการผลิตในอนาคต จะปรับเปลี่ยนไปสู่การใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีมากขึ้น จากเดิมที่ใช้แรงงานคนเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่อุตสาหกรรมบางสาขาที่ยังต้องพึ่งพาแรงงานคน ก็ต้องเพิ่มทักษะและฝีมือของแรงงานให้มากขึ้น

วันนี้ (14 ก.ค.) สศช.จะจัดประชุมประจำปี 2559 ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2565) โดยเป็นการนำเสนอร่างแผนฯหลังจากระดมความคิดเห็นภาคีการพัฒนาในระดับภาคมาแล้ว