วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทิสโก้แนะลุยลงทุนหุ้นเอเชีย-ชู"รีท"ทางเลือกลงทุน

ทิสโก้ แนะลดน้ำหนักลงทุน“สหรัฐ-ยุโรป-ทอง” หนุนลุยลงทุนหุ้นเอเชีย โดยเฉพาะหุ้นไทยยังไปต่อ ชี้"รีท"ทางเลือกลงทุน

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้  กล่าวว่า แม้เบร็กซิท จะจบไป แต่ปัญหาทางการเมืองในยุโรปยังคงอยู่ 

"ผมมองว่า ผลโหวตเบร็กซิท เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาการเมืองในยุโรปที่ฝังรากลึก ซึ่งความไม่พอใจของประชาชนที่สั่งสมมานานจากเศรษฐกิจตกต่ำต่อเนื่องหลายปี ได้ถูกสะท้อนผ่านผลการเลือกตั้ง โดยมีแนวโน้มต่อต้านพรรคการเมืองกระแสหลัก" 

ทั้งนี้ ประชาชนส่วนหนึ่งเห็นว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาเศรษฐกิจ และหันไปให้การสนับสนุนพรรคการเมืองเกิดใหม่ ซึ่งมีนโยบายสุดโต่ง เช่น การต่อต้านการรัดเข็มขัด (เช่น พรรค Syriza ในกรีซ พรรค Podemos ในสเปน และพรรค Five Star Movement ในอิตาลี) รวมไปถึงความพยายามแยกตัวเป็นเอกราชของท้องถิ่นเพื่อแยกตัวออกจากประเทศที่มีเศรษฐกิจตกต่ำ (เช่น แคว้นคาตาลันในสเปน และเวนิสในอิตาลี เป็นต้น)

สำหรับความเสี่ยงในระยะสั้น ที่ต้องจับตามอง ประกอบด้วย 1.การเจรจาต่อรองสิทธิประโยชน์ทางการค้าและภาษีภายหลังจากอังกฤษออกจากอียู 2. การจัดตั้งรัฐบาลในสเปนที่ล่าช้า เนื่องจากคะแนนความนิยมของพรรคเล็กที่เพิ่มขึ้นทำให้การจัดตั้งรัฐบาลผสมล้มเหลว และประเทศอยู่ในภาวะสุญญากาศทางการเมืองมาเป็นเวลากว่า 6 เดือนมาแล้ว 

และ 3. การลงประชามติของอิตาลีในเดือน ต.ค. ซึ่งหากประชามติไม่ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน อิตาลีอาจต้องจัดการเลือกตั้งภายในปีนี้ และอาจนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มีนโยบายต่อต้านยุโรป 

นอกจากนั้นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลอิตาลี และอียู อาจทำให้การแก้ไขปัญหาในภาคธนาคารล่าช้าซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอนาคตอีกด้วย

"ผมมองพื้นฐานเศรษฐกิจยุโรป จะถูกกดดันจากความเสี่ยงทางการเมือง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการผลักดันนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาในภาคธนาคาร จะส่งผลกระทบต่อศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว"

ดังนั้นจึงแนะนำให้นักลงทุนลดน้ำหนักการลงทุนในยุโรป และหันไปเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทรีท ในสหรัฐ และญี่ปุ่น (US REITs และ J-REITs) ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก 

รวมทั้งเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย เช่น ตลาดหุ้นอินเดีย ซึ่งเศรษฐกิจพึ่งการเติบโตในประเทศเป็นหลัก และญี่ปุ่น ซึ่งจะได้รับผลบวกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกใหม่จากทั้งนโยบายการคลัง และนโยบายการเงินที่น่าจะทยอยออกมาเร็วๆ นี้

นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บลจ. ทิสโก้ แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักลงทุนกองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียและญี่ปุ่นรับกระแส Fund Flow ไหลเข้า หลังจากยุโรปมีความไม่แน่นอน เนื่องจากเบร็กซิท ทำให้เอเชียรวมทั้งญี่ปุ่นมีความโดดเด่น จากปัจจัยเศรษฐกิจที่เติบโตแข็งแกร่ง นโยบายการเงินมีแนวโน้มผ่อนคลายมากขึ้น และนักลงทุนต่างชาติที่ยังให้น้ำหนักการลงทุนไม่สูง โดยเน้นการลงทุนที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่น อินเดีย จีน

“ส่วนทางเลือกการลงทุนอื่นนอกเหนือจากการลงทุนหุ้น การลงทุนในรีท ก็น่าสนใจ โดยเฉพาะยุคดอกเบี้ยต่ำ โดยรีท ยังคงจ่ายปันผลในระดับที่ดีและสม่ำเสมอ บลจ.ทิสโก้เชื่อว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าลงทุนในรีท สหรัฐฯ และ ญี่ปุ่น อย่างต่อเนื่อง จากอัตราการจ่ายเงินปันผลยังคงถือว่าอยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนจากพันธบัตรที่มีแนวโน้มจะต่ำลงเรื่อยๆ และติดลบเช่นพันธบัตรญี่ปุ่น"