คลังแก้กฎกระทรวง ขยายสิทธิประโยชน์การถือครองแอลทีเอฟ จาก 5 ปี เป็น 7 ปี มีผลปี2559-2562
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามกฎกระทรวง ฉบับที่ 317 (พ.ศ.2559 ) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 28 มิ.ย.2559 ที่ผ่านมา โดยระบุ การขยายสิทธิการถือครองกองทุนหุ้นระยะยาว หรือแอลทีเอฟ จากเดิมถือลงทุน 5 ปีปฎิทิน หรือ 3 ปี 2 วัน เป็น 7 ปี ปฏิทิน หรือ 5 ปี 2 วัน จึงมีสิทธิในการลดหย่อนเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 500,000 บาท
ทั้งนี้ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2562
โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2513 และมาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ รัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาวตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีการลงทุนในระยะยาวและรักษาเสถียรภาพของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีดังกล่าว
โดยขยายระยะเวลาการยกเว้นเงินได้พึงประเมินที่ไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.พ.ศ. 2559 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2562 และเงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับเนื่องจากการขายหน่วยลงทุนคืน รวมทั้งปรับปรุงหลักเกณฑ์การถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาวที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยผู้มีเงินได้ต้องถือหน่วยลงทุนมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 7 ปีปฏิทิน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้









