ยอดขายต่อสาขาเดิมเริ่มเป็นบวกและกำไรที่เริ่มฟื้นตัว หนุนปรับเพิ่มคำแนะนำ
ประเด็นการลงทุน
เราปรับคำแนะนำของ M เป็น “ ซื้อเก็งกำไร” จากเดิม “ถือ” เนื่องจากปัจจัยเชิงบวกกว่า เราและตลาดคาดสำหรับการพลิกฟื้นของยอดขายต่อสาขาเดิมในไตรมาส 2/59 และเรามองเห็นการฟื้นตัวของกำไรรายไตรมาสเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 2/59 จนถึง 4/59 โดยเราคงราคาเป้าหมายส้ินปี 2559 ที่ 55 บาทต่อหุ้น ด้วยวิธีคิดลดเงินสดที่ WACC 8.8% และ terminal growth rate ที่ 2.0% ทั้งนี้เราคำนวณเบื้องต้นถึงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2560 ที่ 58 บาทต่อหุ้น โดยหุ้น M ซื้อขายกันที่ PER ปี 2559 ที่ 23.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวที่ 26.4 เท่า ตั้งแต่ IPO ในปี 2556 และต่ำกว่าค่าเฉลียของกลุ่มร้านอาหารระดับโลกที่ 25.0 เท่า
ยอดขายต่อสาขาเดิมพลิกกลับเป็นบวกได้ในไตรมาส 2/59
ยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) จากทั้งภัตตาคารเอ็มเคและร้านยาโยอิพลิกกลับเป็นเติบโต YoY ได้เป็นครั้งแรกในไตรมาส 2/59 หลังจากติดลบ YoY เป็นเวลาติดต่อกันหลายไตรมาสก่อนหน้านี้ โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% YoY สำหรับภัตตาคารเอ็มเค และ 5% YoY สำหรับร้านยาโยอิในไตรมาส 2/59 หลังจากภัตตาคารเอ็มเคติดลบ YoY ตั้งแต่ไตรมาส 2/58 เป็นต้นมา และร้านยาโยอิตั้งแต่ไตรมาส 3/58 ในขณะที่ M สามารถเปิดภัตตาคารเอ็มเคสาขาใหม่อีก 2 แห่งในไตรมาส 2/59 และเปิดร้านยาโยอิสาขาใหม่อีก 4 แห่ง
คาดกำไรรายไตรมาสเริ่มฟื้นตัว
เราคาดรายได้ในไตรมาส 2/59 เติบโต 7% YoY และ 12% QoQ อยู่ที่ 4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากยอดขายต่อสาขาเดิมของทั้งสองแบรนด์และการขยายสาขาใหม่ก่อนหน้านี้ เนื่องจากรายได้ที่ขยายตัวมากขึ้น และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่คาดว่าจะลดลง YoY และ QoQ แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเงินที่คงที่ที่ค่อนข้างสูงเช่นค่าเช่า จากปัจจัยเหล่านี้จะทำให้เราคาดอัตรากำไรสุทธิของบริษัทในไตรมาส 2/59 สามารถขยายตัวได้บ้างทั้ง YoY และ QoQ ทำให้เราคาดว่ากำไรหลักไตรมาส 2/59 จะอยู่ที่ 570 ล้านบาท เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดถึง 30% และเติบโต 11% YoY จากที่เคยติดลบ YoY ตลอดทุกไตรมาส 3/58-1/59 ทั้งนี้เราคาดกำไรรายไตรมาสสำหรับในไตรมาส 3/59-4/59 จะยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น YoY ได้อย่างต่อเนื่อง จากฐานที่ต่ำมากปีที่แล้วในไตรมาส 3/58-4/58 และเป็นช่วงไตรมาสการเฉลิมฉลองในไตรมาส 4/59
อัตราการจ่ายปันผลสูงแม้ไม่เน้นขยายสาขามากนักในระยะสั้น
ผู้บริหารมีแนวโน้มจะปรับลดเป้าหมายการเปิดสาขายใหม่ในปี 2559 เป็น 30-35 สาขาจากแผนเดิมคือ 40-45 สาขา ทั้งนี้เนื่องจากในครึ่งปีแรกของปี 2559 เปิดสาขาใหม่เพียงแค่ 13 สาขาเท่านั้น โดยในสมมติฐานของเราสำหรับปี 2559 นั้น เราคาดว่า M จะเปิดภัตตาคารเอ็มเคอีก 10 สาขา ร้านยาโยอิอีก 15 สาขา และร้านค้าอื่นๆอีก 5-10 ร้าน ส่งผลให้เราคาดว่ารายได้ปี 2559 จะเติบโต 5% YoY ซึ่งมาจากสมมติฐานแบบอนุรักษ์นิยมของยอดขายต่อสาขาเดิมหดตัว 0.1% YoY สำหรับภัตราคารเอ็มเค และเติบโต 5.0% สำหรับร้านยาโยอิ โดยแม้ว่าจะมีแผนปรับลดแผนการเปิดสาขาใหม่แต่ผู้บริหารยังคงมีความตั้งใจที่จะจ่ายเงินปันผลที่สูงโดยเราคาดว่าปี 2559 จะมีอัตราการจ่ายเงินปันผลถึง 93% ซึ่งหมายถึงเราคาดเงิน ปันผลต่อหุ้นที่ 2.0 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 4.0% และ อัตราการจ่ายปันผลที่ 95% ในปี 2560 หรือปันผลต่อหุ้นที่ 2.21 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 4.4% ทั้งนี้เราคาด M จะประกาศจ่ายเงินปันผลกลางปี 2559 อย่างน้อยที่ 0.9 บาทต่อหุ้น โดยคาดว่า XD ในเดือนส.ค และจ่ายในเดือนก.ย.
ครัวกลางแห่งใหม่รักษาอัตรากำไรขั้นต้นสูง:โดยอาจมียอดขายเพิ่มหากขายวัตถุดิบสินค้าให้คนนอก
ครัวกลางแห่งใหม่ที่นวนครเริ่มเปิดดำเนินงานนั้นมาพร้อมกับสิทธิ BOI ซึ่งจะทำการผลิตเกี๊ยวซ่า, ขนมจีบ, ซาลาเปาและทงคัตซึ โดยครัวใหม่จะเปิดทำการในเดือนก.ค.นี้สำหรับการใช้ภายในภัตตาคารแทนการซื้อจากบริษัทอื่น โดยมูลค่าการซื้อวัตถุดิบจากบริษัทอื่นจะลดลง 3% ซึ่งจะมีประโยชน์กับบริษัทในแง่การควบคุมคุณภาพ, ต้นทุนแรงงานที่ต่ำลงและการควบคุมต้นทุน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มที่สูงต่อเนื่องได้ในอนาคคต โดยหากบริษัทเริ่มผลิตและจัดจำหน่ายให้กับบริษัทอื่นๆ ภายนอกด้วยจะเป็นการเพิ่มรายได้และกำไรดีกว่าคาดในอนาคต









