กลับสู่ช่วงขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ไตรมาส 2/59
ประเด็นการลงทุน
เราเชื่อว่าการฟื้นตัวของธุรกิจหลักของ CPF อย่างแข็งแกร่งจะยังคงสดใสต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2/59 ไปจนถึงไตรมาส 3/59 ซึ่งนำโดยการฟื้นตัวของธุรกิจกุ้งในไทย มาร์จิ้นของธุรกิจหมูที่เพิ่มสูงขึ้น และการปรับตัวดีขึ้นของธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศตุรกี (ซึ่งเราคาดว่าจะขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2559) และเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบถูกล็อกยาวไปจนถึงไตรมาส 4/59 หรือถึงปลายปี 2559 ส่งผลให้ความกังวลต่อการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบลดลง เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ" เนื่องจากแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรที่ต่อเนื่อง กำไรหลักไตรมาส 3/59 ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และราคาหุ้น ณ ปัจจุบันซึ่งถูกมากในช่วงวงจรของการฟื้นตัวของกำไรและเป็นช่วงที่กำไรอยู่ในภาวะขาขึ้น ซึ่ง ณ ปัจจุบันราคาหุ้น CPF ถือว่าถูกมาก โดยซื้อขายกันที่อัตราส่วน PER เพียงแค่ 12-13 เท่าในช่วงปี 2559-60
ส่องกล้องไตรมาส 2/59—กำไรหลักเติบโตมีนัยสำคัญ YoY
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% YoY และ 6% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษซึ่งหักกลบสุทธิเป็นกำไรพิเศษสุทธิ 550 ล้านบาท ซึ่งมาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนกำไรจากการ เทรดดิ้งหุ้น CPALL และสำรองภาระภาษีจ่ายก้อนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคำพิพากษาของศาลฎีกาซึ่งมีคำตัดสินเอื้อกรมสรรพากรสำหรับกรณีการคำนวณภาษีบีโอไอ เราคาดกำไรหลักในไตรมาสนี้ที่ 3.45 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 1,194% YoY และ 16% QoQ กำไรหลักที่เติบโตก้าวกระโดด YoY เนื่องจากธุรกิจกุ้งไทยที่ขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ผลการดำเนินงานของธุรกิจต่างประเทศที่ดีขึ้น (ซึ่งได้แก่ ตุรกี ลาว มาเลเซีย เวียดนามและกัมพูชา) ธุรกิจอาหารกุ้งที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก มาร์จิ้นของธุรกิจหมูที่เพิ่มขึ้น (ราคาหมูเพิ่มขึ้น 11% YoY ในขณะที่ต้นทุนราคาข้าวโพดลดลง 8% YoY) การรวมกิจการของ S&W เข้ามาตั้งแต่เดือนธ.ค. 2558) ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจาก CPALL ที่เพิ่มขึ้น และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราใช้สมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ 17% ในไตรมาส 2/59 เทียบกับ 13.4% ในไตรมาส 2/58 และ 16.3% ในไตรมาส 1/59
กำไรหลักที่เพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากปัจจัยบวกจากช่วงไฮซีซั่น ราคาหมูที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้น 12% QoQ) ธุรกิจกุ้งไทยที่ขาดทุนลดลง และธุรกิจต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น (ได้แก่ตุรกี อินเดีย มาเลเซีย รัสเซีย ลาว และกัมพูชา) ธุรกิจต่างประเทศทั้งหมดยกเว้นรัสเซียและ CPP ในประเทศจีนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น YoY ค่าเงินรูเบิ้ลของรัสเซียที่อ่อนค่าลงถ้าเทียบกับเงินบาทจะส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิของรัสเซียเพิ่มขึ้น YoY ถึงแม้ว่าธุรกิจหมูและไก่ในรัสเซียจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม ส่วนธุรกิจอาหารสัตว์ในประเทศจีนจะได้รับผลกระทบจากการปรับลดราคาขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเราคาดว่าผลขาดทุนของประเทศตุรกีมีแนวโน้มลดลงทั้ง YoY และ QoQ ซึ่งได้อานิสงค์จากการลดต้นทุนและขนาดของธุรกิจลง ถึงแม้ว่าภาวะการบริโภคในประเทศตุรกีและการส่งออกของตุรกีจะลดลงก็ตาม ธุรกิจกุ้งในต่างประเทศ (ซึ่งได้แก่ มาเลเซีย อินเดียและเวียดนาม) จะได้รับอานิสงค์จากช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจกุ้ง ในขณะที่ธุรกิจหมูในต่างประเทศ (ซึ่งได้แก่ กัมพูชา เวียดนาม รัสเซีย) จะได้รับผลประโยชน์จากราคาเนื่อหมูที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ธุรกิจกุ้งไทยฟื้นตัวแรงตั้งแต่ไตรมาส 2/59 ต่อเนื่องถึงครึ่งหลังของปี 2559
เราคาดกำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจกุ้งไทยในไตรมาส 2/59 ที่ 400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 145% QoQ และพลิกกลับจากขาดทุนจากการดำเนินงานที่ 758 ล้านบาท ในไตรมาส 2/58 ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากช่วงไฮซีซั่นของการทำฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ปริมาณยอดส่งออกกุ้งที่เพิ่มขึ้น และราคากุ้งที่เพิ่มสูงขึ้น เรายังคงใช้สมมติฐานว่าธุรกิจกุ้งไทยจะกลับมาถึงจุดคุ้มทุนสำหรับบรรทัดสุดท้ายหรือเป็นกำไรสุทธิเล็กน้อยในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 เนื่องจากผลผลิตกุ้งของทั้งอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น และการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจกุ้งแบบครบวงจรจะส่งผลให้ CPF ได้รับผลบวกเต็มๆ โดยเฉพาะในช่วงขาขึ้นของธุรกิจกุ้ง
มาร์จิ้นธุรกิจหมูยังทรงตัวในระดับสูงถึงสิ้นปื 2559
เนื่องจากราคาเนื้อหมูในไทยและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงทรงตัวแข็งแกร่งต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2559 (ถึงแม้ว่าอาจจะหดตัวลงบ้างเล็กน้อยในช่วงฤดูฝน) และราคากากถั่วเหลืองที่ล็อกไว้จนถึงสิ้นปี 2559 และการเก็บสต็อกข้าวโพดเข้าไซโลจนถึงเดือนก.ย.2559 เราจึงมองว่ามาร์จิ้น ของธุรกิจหมูมีแนวโน้มที่จะยังคงทรงตัวในระดับสูงถึงสิ้นปื 2559






