‘สัมพันธ์ ลู่วีระพันธ์’ยึดคำมั่น ไต่เบอร์1ภูมิภาค

‘สัมพันธ์ ลู่วีระพันธ์’ยึดคำมั่น ไต่เบอร์1ภูมิภาค

นั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการกุมบังเหียนธุรกิจท่อเอสซีจี-หน้าต่างประตูแบรนด์วินเซอร์ พาธุรกิจขึ้นเบอร์ 1 ระดับภูมิภาค..โจทย์ยากที่พร้อมพิสูจน์

1 เดือนเศษ หลังก้าวสู่ตำแหน่ง “กรรมการผู้จัดการ” บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม (สระบุรี) จำกัด และบริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด สำหรับ “สัมพันธ์ ลู่วีระพันธ์” ลูกหม้อเครือซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) ที่ก้าวสู่การทำงานปีที่ 27

ช่วงเครื่องร้อน กรุงเทพธุรกิจ BizWeek เลยจับเข่าคุยถึงภารกิจสำคัญภายใต้บทบาทใหม่ที่ใหญ่ขึ้น ในการขับเคลื่อนธุรกิจหลักผลิตและจำหน่ายท่อ “เอสซีจี” และผลิตภัณฑ์ประตูหน้าต่างแบรนด์ “วินเซอร์”  

ภารกิจหลักวันนี้ ในการกุมทัพนวพลาสติกฯ เขาวาดยุทธศาตร์ธุรกิจล้อไปกับเครือเอสซีจี นั่นคือ“Go regional” รุกธุรกิจและสร้างแบรนด์สู่ระดับ“ภูมิภาคอาเซียน”ภายใน 5 ปี(2560-2564) จากนี้

“ตลาดท่อ คือสานต่อการลงทุนต่างประเทศ เดินหน้ารุกตลาดจริงจัง เพราะหากต้องการเป็น “เบอร์1” แซงหน้าแบรนด์ท้องถิ่น (โลคัล) ต้องเริ่มจัดกองทัพจัดจำหน่ายและกระจายสินค้า หาตัวแทนจำหน่ายเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ทั่วถึง ต้องส่งทีมไปทำงานกับคนท้องถิ่นเพื่อเปิดมุมมองให้กว้างมากขึ้น”

ปัจจุบันนวพลาสติกฯ เข้าไปลงทุนทำตลาดในกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (CLMV) โดยมีโรงงานท่อตั้งอยู่ที่ กัมพูชา และ ลาว เขายังเห็นว่า ซีแอลเอ็มวี เป็นเหมือน “ขุมทรัพย์” การตลาด เมื่อประเทศเปิดและกำลังพัฒนาทำให้มีความต้องการท่อ เพื่อก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานภายในประเทศเพื่อนบ้าน

ส่วนธุรกิจในประเทศ คือ การรักษาตำแหน่ง “ผู้นำ” ในธุรกิจท่อ และวัสดุก่อสร้างประเภทประตู-หน้าต่าง ไว้ให้ได้ โดยเตรียมที่จะต่อยอดธุรกิจท่อ ให้ครบวงจรมากขึ้น จากเดิมเน้นจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท่อข้อต่อ ขอขยับไปเป็น "กูรูระบบท่อ” นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้ลูกค้าเป็นระบบครบเครื่อง ตั้งแต่การออกแบบ ไปจนถึงการจำหน่ายสินค้า เพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาด

ส่วนแบรนด์ประตูหน้าต่างวินเซอร์ จะเห็นการพลิกเกมรบรอบใหม่ ขยายโปรดักท์เจาะ“ตลาดแมส”ขยายฐานตลาดและสร้างการเติบโต จากที่ผ่านมาจะเน้นตลาด “กลาง-บน”

สินค้าใหม่ที่ประเดิมบุกตลาดแมสคือรุ่นสมาร์ท ซีรีส์ ราคาขายรวมบริการติดตั้งครบวงจรอยู่ที่ 3,500-4,000 บาทต่อตร.ม. ทำให้ลูกค้าทั่วไป เจ้าของบ้านมีโอกาสใช้สินค้าดีในราคาจับต้องได้มากขึ้นนอกจากนี้ ยังมีบริการสมาร์ท ฟาสต์ รีนิว เจาะลูกค้าบ้านเก่าซ่อมแซม (รีโนเวท)

ในไตรมาส 2 ปีหน้า ยังจะได้เห็นสินค้าประตูหน้าต่าง เจาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม ตึกสูง จากเดิมที่เน้นไปที่โครงการแนวราบ

ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว อสังหาริมทรัพย์ถดถอย กระเทือนตลาดประตูหน้าต่างครึ่งปีแรก“ติดลบ” ส่วนตลาดอาเซียนก็เปลี่ยนแปลงผู้นำหลายประเทศ กลายเป็นความท้าทาย ทว่า สำหรับมองเป็น“โอกาส” มากกว่า“ความเสี่ยง”

“อาเซียนยังเติบโตดี แม้บางปีจะแกว่งแต่เครือทีทีมบริหารความเสี่ยงช่วยดูแลอยู่แล้ว และเราต้องเร่งเข้าไปลงทุนก่อนนักลงทุนทั่วโลก” เขาสะท้อนการออกไปคว้าโอกาสก่อนคู่แข่ง

การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ภายใต้โลก Internet of Things ยังทำให้ทีมวิจัยและพัฒนาสินค้าต้องตามให้ทันเทคโนโลยีฟังดูเหมือนยากแต่“สัมพันธ์”มองว่า

“ยากไหม..เรียกว่าไม่เหมือนเดิมดีกว่า” เขาบอก ฉะนั้นการ “ปรับตัว” กลายเป็นสิ่งสำคัญ

“จะบอกน้องๆเสมอให้ปรับตัวให้ทัน ให้มองไปข้างหน้า มีอะไรใหม่ ต้องปรับเปลี่ยนให้ทัน ผมจะไม่ตั้งโจทย์ธุรกิจยุคนี้ว่าคือความยาก เพราะอาจทำให้รู้สึกท้อ และมีคำถามตามมาว่าจะทำได้หรือไม่"

แต่เราต้องอยู่กับความเปลี่ยนแปลงให้ได้มากกว่า ..!

ผ่านสมรภูมธุรกิจมาหลากหลาย หัวใจของการเป็น “ผู้นำ” เขาให้ความสำคัญมากในเรื่อง“พันธสัญญา”(commitment) ตั้งเป้าหมายอะไรไว้ จะต้องทำให้ได้ ทั้งสินค้า และบริการที่ประกาศต่อตลาด ต้องใส่ความพยายามเต็มที่กับสิ่งที่ทำ

“บางอย่างอาจเกิดไม่ได้ แต่ต้องทำให้ถึงที่สุดก่อน”

อีกสิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนคือ “ความสุข” และ “ความจริงใจ” กับลูกน้อง ลูกค้า หากทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ จะทำให้ทุกคน “มีพลัง” ในการทำงานอย่างยิ่งยวด รวมถึงการกระตือรือร้นต่อบทบาทหน้าที่

“พูดอะไรไปต้องทำตามสัญญาให้ได้ ธุรกิจอยากให้เขา(ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร)เชื่อใจเราต้องจริงใจกับเขา เวลาผลักดันธุรกิจจะง่าย เมื่อมีความเชื่อใจเป็นพื้นฐาน เวลาคุยกันข้อมูลจริง การตัดสินใจจะดีขึ้น..แม้จะไม่ถูกทุกครั้ง”

ปรัชญานี้ การันตีโดยน้องๆ(ทีมงาน) เห็นได้จากการวิ่ง โดยเฉพาะตอนที่เจ้าตัวน้ำหนักขึ้นไปแตะ 80 กิโลกรัม ต้องการดูแลสุขภาพ เลยเลือกวิ่ง ควบคุมอาหาร มีวินัยในการออกกำลังกาย

เพียง 4 เดือนก็เห็นผลลัพธ์หุ่นฟิตจนถึงวันนี้

เพราะยึดคำมั่นสัญญาแท้ๆ

------------------------------

 5ปียอดขายแตะ1.5หมื่นล.

แผน 5 ปี(2560-2564) บริษัทตั้งเป้ารายได้แตะ 15,000 ล้านบาท จากปีนี้คาดปิดที่ 10,000 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจท่อ 80% และผลิตภัณฑ์ประตูหน้าต่างวินเซอร์ 20%

สำหรับภาพรวมธุรกิจปีนี้ วินเซอร์ค่อนข้างได้รับผลกระทบจากอสังหาฯ ชะลอตัว  โดยตลาดรวมประตูหน้าต่าง มูลค่า 4 หมื่นล้านบาท(ไม้ เหล็ก ไวนิล) ครึ่งปีแรก 2559 ติดลบ 10% และทั้งปีคาดว่าจะเติบโตสอดคล้องเศรษฐิกิจที่ 3%

ส่วนตลาดประตูหน้าต่างไวนิล มีมูลค่าราว 2,800 ล้านบาท วินเซอร์เป็นผู้นำมีส่วนแบ่งตลาด 70% 

ขณะที่ตลาดท่อมีมูลค่าราว 12,000-15,000 ล้านบาท เติบโตราว 7-8% เอสซีจีมีส่วนแบ่งตลาด 52%